
ยกธงขาว
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานั่งอ่านข่าวการเมืองทั้งรูปแบบดิจิทัลและสื่อสิ่งพิมพ์ มองเห็นบางอย่างที่น่าสนใจ
โดย...หงส์แดง
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานั่งอ่านข่าวการเมืองทั้งรูปแบบดิจิทัลและสื่อสิ่งพิมพ์ มองเห็นบางอย่างที่น่าสนใจและสงสัยไปในคราวเดียวกัน
เรื่องที่ว่านั้น คือ กำลังสงสัยว่านักการเมืองยอมยกธงขาวหรือเปล่า
จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไรเพราะอยู่ดีๆ พรรคการเมืองประกาศชื่นชมยินดีกับกระบวนการสร้างความปรองดองที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังก่อร่างสร้างขึ้นมาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง” หรือ “ปยป.”
โดยผมจะยกตัวอย่างจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ : “เห็นด้วยและสนับสนุนในการหาทางออกปัญหาความขัดแย้ง เมื่อนายกฯ มีความตั้งใจจริงที่จะทำในเรื่องนี้ก็ต้องให้กำลังใจ และอย่าเพิ่งตีปลาหน้าไซว่าทำเพื่อใคร เพื่อกลุ่มไหนหรือไม่อย่างไร คิดว่านายกฯ รู้วิธีการและรู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร และยังยืนยันว่ารัฐบาล คสช.พร้อมที่สุดที่จะแก้ไขปัญหานี้เพราะมีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ”
ชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย : “ในปี 2560 ประเทศไทยมีกำหนดการสำคัญ ทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันที่จะสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ สันติ ควรหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นในทางที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง และควรหลีกเลี่ยงการตั้งเงื่อนไขมากมายก่อนการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศหลุดพ้นกับดักความขัดแย้ง”
อย่าลืมนะว่า สองพรรคการเมืองนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ คสช.มาตลอด ไม่ว่า คสช.หรือแม่น้ำอีก 4 สายจะขยับทำอะไร สองพรรคนี้เป็นอันต้องออกมาขวางคลองเป็นประจำ จน คสช.ก็แทบจะอิดหนาระอาใจเต็มทน
ผมก็สงสัยตามประสาคนติดตามข่าวสารบ้านเมือง เพราะอะไรนะเหรอ อ้าว...ก็นักการเมืองบ้านเราขึ้นชื่อว่า “ตัวกู ของกู” กันทั้งนั้น
พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายเสียประโยชน์เพราะถูกทหารรัฐประหารล้มรัฐบาล
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ถึงจะไม่ได้เสียประโยชน์โดยตรง แต่การที่การเลือกตั้งถูกชะลอออกไปย่อมทำให้นักการเมืองอาชีพบางคนในพรรคต้องอาบเหงื่อต่างน้ำไม่น้อยเหมือนกัน
เห็นแบบนี้ไม่มีทางหรอกที่จะเห็นดีเห็นงามไปกับ คสช.ด้วย
แต่วันดีคืนดีสองพรรคการเมืองใหญ่กลับหงอให้ทหารซะงั้น! มันเกิดอะไรขึ้น?
ในมุมมองส่วนตัวคิดว่า นักการเมืองเริ่มหมดหนทางสู้แล้วจริงๆ พูดกันตามตรง คสช.เองก็ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นอะไรมากมาย แต่สังคมอาจมองว่าก็ยังดีกว่าตอนนักการเมืองบริหาร เพราะเวลาตัวเองมีอาจก็ทำไม่ได้เรื่องเช่นกัน แถมมีม็อบสีเสื้อผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
คสช.จึงได้อานิสงส์ด้านบวกจากภาวะตกต่ำในทางความชอบธรรมของนักการเมือง
นักการเมืองไทยเหมือนเป็นพวกมีจิตสัมผัส สามารถอ่านอารมณ์สังคมได้ค่อนข้างดี ขืนออกมาซ่าตอนนี้ มีหวังหมดอนาคตในอาชีพนักการเมืองกันพอดี
สู้ออกมาเออออห่อหมกกับ คสช.ไปก่อนดีกว่า เอาไว้ลมเปลี่ยนทิศค่อยกลับมาว่ากันใหม่
ถึงจะยกธงขาวตอนนี้ แต่เป็นแค่ชั่วคราวเพื่อรอวันปักธงเหนือรถถังในอนาคต







