posttoday
นโยบายที่แตกต่าง

นโยบายที่แตกต่าง

19 ธันวาคม 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

ผลการประชุม FOMC มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% เป็นระดับ 0.50-0.75% (เป็นครั้งแรกในการปรับดอกเบี้ยในปีนี้ และครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี) การปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปอย่างที่ตลาดคาดหมาย แต่ที่น่าสนใจจะอยู่ที่การคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ Fed ในรูป Dot Plot ได้มีการปรับระดับดอกเบี้ยคาดการณ์ขึ้น โดยในปี 2560 ได้ปรับเป็น 1.375% จาก 1.125% ปี 2561 เป็น 2.125% จาก 1.875% ปี 2562 เป็น 2.875% จาก 2.625% และระยะยาวเป็น 3% จาก 2.875%

การปรับคาดการณ์ดังกล่าว  เท่ากับว่า Fed ตั้งใจจะขึ้นดอกเบี้ยในปี 2560 3 ครั้งจากเดิม 2 ครั้ง ส่วน ปี 2561 และ 2562 ยังคงไว้ที่ 3 ครั้งเท่าเดิม และยังเป็นตัวสะท้อนว่า Fed มีโอกาสที่จะปรับมุมมองดอกเบี้ยขึ้นได้อีก แม้ว่า Fed จะยังคงย้ำถึงการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าหากตัวเลขเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เงินเฟ้อปรับพุ่งสูงขึ้น คาดว่า Fed จะเปลี่ยนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น

ความชัดเจนของ Fed เป็นการเปิดประตูโลกสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นเต็มตัว โดยตลาดตราสารหนี้มีปฎิกิริยากันทันที US 10Y Bond Yield พุ่งขึ้นแรงทันที 9.38 bps สู่ระดับสูงที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 2.567% คาดว่าจะเป็นผลให้ TH 10Y Bond Yield ซึ่งยังอยู่ที่ระดับ 2.75% ต้องปรับขึ้นตาม ส่วนตลาดเงิน US Dollar Index แข็งค่าอย่างที่คาดหมาย ล่าสุดพุ่งขึ้นกว่า 1.51% สู่ระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 13 ปี 102.58 สวนทางกับการอ่อนค่าของสกุลยูโร อ่อนค่าลงมาแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 13 ปีที่ 1.0468 ดอลลาร์ต่อยูโร เช่นเดียวกับสกุลเงินเยนอ่อนค่าแรง 2.2% สู่ระดับสูงสุดของปีที่ 117.71 เยนต่อดอลลาร์ สวิสฟรังก์อ่อนค่า 1.32% สู่ระดับ 1.0247 ฟรังก์ต่อดอลลาร์ ส่วนเงินบาทยังอ่อนค่าเล็กน้อย ล่าสุดอยู่ที่ 35.7 บาทต่อดอลลาร์ แต่คาดว่าด้วยกระแสเงินที่ไหลเข้าสหรัฐ และการเก็งกำไร US Dollar ต่อเนื่อง จะดึงให้เงินบาทอ่อนค่ายาว และน่าจะไปทดสอบ 36 บาทต่อดอลลาร์ได้ในไม่ช้า กดดันทำให้เกิด Fund Flow ไหลออก

สัปดาห์นี้วันที่ 20 ธ.ค.59 ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น คาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปจากเดิม เนื่องจาก BoJ น่าจะพึงพอใจต่อทิศทางของค่าเงินเยนในปัจจุบัน และควบคุมอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวไว้ที่ 0% ต่อไป โดยต้องติดตามต่อว่า BoJ จะมีท่าทีอย่างไรต่อการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างไร หลัง Fed แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เช่นเดียวกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินประเทศไทย กนง. ในวันที่ 21 ธ.ค.59 คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อไป โดยเป็นไปได้ที่ กนง. จะยังคงยืนอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิมไปอย่างน้อยจนถึงกลางปีหน้า เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และรอดูแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ให้แน่ชัดเสียก่อน

SET Index ผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ เป้นไปอย่างที่ KS Research ได้แจ้งเตือนมาตลอดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มองว่าตลาดยังมีความเสี่ยงจาก Valuation ที่ตึงตัว Upside จำกัด เนื่องจากดัชนีใกล้เป้าหมายสิ้นปี 1,530 จุด อย่างไรก็ตามด้วยแรงพยุงจากหุ้นสาย Hard และ Soft Commodity และแรงซื้อ LTF ปลายปี คาดว่าจะทำให้ SET Index ไม่ลงต่ำกว่า 1,490 จุดมากนัก กลยุทธ์วันนี้เลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการช็อบช่วยชาติ BEAUTY เป็น Top Pick และเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า KCE DELTA และ ดอกเบี้ยขาขึ้น BLA  SCB และ Commodity Play PTTEP GUNKUL

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก