
โจทย์ที่ปวดหัว
ไม่กี่วันก่อน...ดาบบุญ...จับกระแสความขัดแย้งเล็กๆ ภายในรั้วปทุมวันได้ และหวั่นว่าจากกระแสเล็กๆ
โดย...ดาบบุญ
ไม่กี่วันก่อน...ดาบบุญ...จับกระแสความขัดแย้งเล็กๆ ภายในรั้วปทุมวันได้ และหวั่นว่าจากกระแสเล็กๆ อาจจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำอย่างรุนแรงที่เขย่าให้บิ๊กๆ สีกากีได้สั่นสะเทือน
โดยต้นตอของกระแสขัดแย้งเล็กๆ ที่ว่า มาจากความปวดหัวของตำรวจที่ต้องร่างแผนแนวปฏิบัติ ในการ “เข้า” วัดพระธรรมกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งตัว “พระธัมมชโย” ผู้ต้องหาคดีสำคัญที่กำลังเป็นที่ต้องการตัวของทางการ
ข้างบนก็กดดันข้างล่างว่าต้องเอาให้ได้ ต้องทำให้ได้ เพราะเกรงว่าประชาชนจะมองว่า ตำรวจเป็นเสือกระดาษ มีกฎหมายอยู่ในมือและต้องบังคับใช้ แต่กลับเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเพียงคนเดียวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้
ความกดดันจึงมาแตกดังโพละ เพราะดันปรากฏคลิปเสียงที่แพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บ่งบอกว่า “อาจจะเป็นนายตำรวจใหญ่” ที่สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดุเดือดเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย ขณะที่กำลังประชุมเครียดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
รายละเอียดคงไม่ต้องพูดถึงว่า เป็นกลเม็ดทางยุทธวิธีแบบไหนบ้าง เพราะเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้ฟังผ่านหูมาบ้างแล้ว
ประเด็นนี้ค่อนข้างสำคัญอยู่นะครับ เพราะหากเป็น “เสียงจริง” ของวงการสีกากีที่ประชุมแผนเข้าวัดพระธรรมกาย ที่มันดันเกิดเล็ดลอดออกมาจากห้องประชุมลับ ก็เท่ากับหมายความได้ว่า ข้างในก็มีเกลือเป็นหนอนเช่นกัน
และหากคลิปเสียงเป็นของจริง มันสะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพได้อย่างชัดเจน เพราะแน่นอนว่าในทุกความเคลื่อนไหวของตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อมูลที่ควรรู้ระดับวางแผนไปสู่ระดับปฏิบัติการที่จำเป็นต้อง “ลับ” เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว ก็ถูกส่งต่อให้สังคมได้รับรู้และได้เห็นด้วยเช่นกัน
นั่นแหละครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงในคลิปเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาที แต่มันดันสะเทือนมาหลายวันแล้ว และได้เกิดข้อผกผันทำให้มีคำถามในสังคมได้เช่นกัน และแม้หากจะไม่จริง แต่เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ในสังคมต่างก็อยากจะรู้แล้วว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังทำอะไรกันอยู่กับเรื่องวัดพระธรรมกาย
แม้ของบางอย่างจะเป็นความลับ และจากการประเมิน ตำรวจก็คงสุ่มเสี่ยงจะเสียหายไม่น้อย เพราะหากจะลุยเข้าวัดพระธรรมกาย ก็ต้องเจอกับกลุ่มลูกศิษย์ที่พร้อมจะปกป้องหลวงพ่ออันเป็นที่รักของพวกเขา และแม้กฎหมายจะบอกว่าหลวงพ่อของพวกเขาผิด แต่ความเชื่อความศรัทธาก็ได้เลือกปฏิเสธที่จะเห็นด้วยกับความยุติธรรมในโลกภายนอก
และแน่นอนว่า ตำรวจคงประเมินแล้วว่า เพราะความรักของลูกศิษย์อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ และหากเกิดเหตุใดๆ ก็มีแนวโน้มว่า ภาพที่ปรากฏออกมาคงสร้างผลกระทบในแง่ต่างๆ ตามมาอย่างแน่นอน จึงเป็นโจทย์ที่น่าจะปวดหัวไม่น้อยของตำรวจ ทั้งระดับวางแผน ปฏิบัติการ เพราะไม่ว่าจะทางไหนก็สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง
ไหนจะต้องมาปวดหัวกับ “ไส้ศึก” ของพวกเดียวกันอีกด้วย การร่างแผนที่คิดว่ารอบคอบกลับเล็ดลอดออกไป ทำให้ต้องระงับและมาคิดแผนกันใหม่
เป็นเรื่องที่ปวดหัวจริงๆ ว่ามั้ยครับ







