
ผลการประชุมของเฟดกับวินัยการลงทุนในทองคำ
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
ตลาดทองคำในภาพรวมขณะนี้ตลาดรับรู้ข่าวการปรับขึ้นของเฟดไปอย่างเต็มที่ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นจากระดับ 98.5 มาที่ระดับ 101.59 หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯมีนโยบายต่างๆมากมาย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯส่วนใหญ่ออกมาดีขึ้น ส่งผลให้นักวิเคราะห์โดยทั่วไปประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า เฟดจะทำการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่ง ณ ขณะนี้ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเฟดซึ่งถือเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเฝ้ารอเกี่ยวกับอนาคตต่อไปในการที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีถัดไปด้วยซ้ำ
สำหรับราคาทองคำปรับตัวลดลงมาแล้วกว่า 150 เหรียญ ในเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ชี้ประเด็นให้เห็นถึงความต่อเนื่องของแนวโน้มราคาทองคำในทิศทางขาลง ตามที่ทาง MTS Gold แม่ทองสุก และผมเองได้วิเคราะห์มาก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องว่า ราคาทองคำเป็นแนวโน้มขาลง ทำให้นักลงทุนทองคำไทยเกินกว่าครึ่งสามารถทำกำไรได้ในทิศทางขาลง แต่นักลงทุนบางส่วนยังคงติดอยู่ในสภาวะสูง จึงขออธิบายเพื่อให้เห็นถึงความชัดเจนมากขึ้นขึ้นของแนวโน้มและทิศทางหลัก รวมไปถึงวินัยการลงทุนที่ดี เพื่อให้เข้ากับสภาพตลาดการลงทุนในทองคำ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำเป็นแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา โดยปรับตัวลงมาแล้วกว่า 150 เหรียญ หรือกว่า 50% โดยที่ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลงจาก 22,000 บาท/บาททองคำ แต่ ณ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 19,700 บาท/บาททองคำ หรือลดลงประมาณ 3,000 บาท/บาททองคำ อันจะเห็นได้ว่าราคาทองคำไทยเคลื่อนตัวตามแนวโน้มราคาทองคำตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองคำตลาดโลกจะมีแนวรับที่ระดับ 1,150 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 1,180 เหรียญ โดยยังถูกกดดันในแนวโน้มทิศทางขาลงต่อเนื่องจากสภาวะขาลงทางเทคนิค ขณะเดียวกันนักลงทุนต้องเตรียมตัวรับข่าวใหญ่หรือผลประชุมเฟดในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
วินัยการลงทุนในทองคำ
การลงทุนในทองคำมีความแตกต่างจากการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างสิ้นเชิง โดยเครื่องมือการลงทุน 2 เรื่องสำคัญ ที่นักลงทุนในทองคำจะได้เปรียบและอาจจะเสียเปรียบถ้าบริหารอย่างผิดพลาด คือ การใช้ Margin รวมไปถึงการใช้ Leverage (อัตราทดในการลงทุน) ทั้งนี้นักลงทุนโดยส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องมือทางการเงินทั้ง 2 เรื่องนี้แบบผิดทางอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะเสียเปรียบถ้ายังคงฝืนกับสภาพตลาด ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นจะมีปัจจัยจากผลประกอบการของบริษัทฯ ซึ่งมักจะทำให้ทิศทางหรือแนวโน้มของหุ้นเองไปตามผลประกอบการที่บ่อยครั้งจะปรับตกลงไม่มาก หรือมักจะตกและทรงตัวตามสภาวะของเศรษฐกิจหรือธุรกิจนั้นๆ ขณะที่ทองคำจะมีสภาวะการเคลื่อนไหวไปตามเศรษฐกิจโลก อย่างรวดเร็วรุนแรง โดยเฉพาะสภาวะที่โลกอยู่ในรูปแบบ Globalization และ Digital Trading ดังนั้น วินัยที่สำคัญในการลงทุนในทองคำ ณ ที่นี้มีอยู่ 2 เรื่องคือ 1) การลงทุนไปตามแนวโน้มตลาด 2) การบริหารความเสี่ยงหรือที่เรียกว่า Stop Loss นั่นเอง
การลงทุนตามแนวโน้มมีความสำคัญมากที่จะทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้แม้เป็นทิศทางขาลง เพราะหากนักลงทุนมีการฝืนแนวโน้มของตลาดก็มีโอกาสขาดทุนและถูก Call Margin ในระดับสูงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การลงทุนจึงต้องมีความปรับเปลี่ยนตามแนวโน้มของตลาดอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ ขณะที่การบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ คือการหยุดขาดทุนที่เรียกว่า Stop Loss นั่นเอง จึงขอย้ำให้นักลงทุนวางแผนในการใช้ Stop Loss ให้เร็วและปรับเปลี่ยนไปตามแนวโน้มที่พลิกผันไปอยู่เรื่อยๆ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ หรือห้างทองแม่ทองสุก มีเครื่องมือช่วยในการลงทุนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่เป็นโปรแกรม Gold Online Trading ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 5 วันทำการ โดยหยุดตามตลาดต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้หยุดตามวันนักขัตฤกษ์ของไทย จึงทำให้การซื้อขายในตลาดทองคำของประเทศไทยเข้าใจและสามารถทันกับความเป็นไปของตลาดโลก อย่างไรก็ดี ท่านที่สนใจจะฟังบรรยายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการลงทุนพบกันได้ในงาน Thailand Smart Money วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2559 เวลา 13.40-14.40น. โดยผมเอง นพ. กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ จะมีการบรรยายในหัวข้อ “Gold-D สินค้าน่าลงทุนของตลาด TFEX” ชั้น 3 Sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-770-7777







