posttoday
จังหวัดของคนจน

จังหวัดของคนจน

06 ธันวาคม 2559

จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนมากสุด เกาะกลุ่มใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เพิ่งแถลงผลการศึกษาเกี่ยวกับการกระจายรายได้ที่สำรวจในปี 2558

ผลที่ออกมาก็คือความเหลื่อมล้ำลดลงกว่าเดิมบ้าง จากสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคด้านรายได้ลดลงเหลือ 0.445 ในปี 2558 จาก 0.465 ในปี 2556 แต่ยังถือว่าความเหลื่อมล้ำยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

ส่วนความยากจนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยกำหนดเกณฑ์ความยากจนคือ เป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 2,644 บาท โดยในปี 2558 มีสัดส่วนอยู่ที่ 7.2% ของประชากรทั้งหมด ลดลงจากปี 2557 ที่มี 10.5%

หากนับเป็นจำนวน คนจนจะเหลือ 4.85 ล้านคน จาก 7.1 ล้านคน หรือลดลง 2.25 ล้านคน

ในการแถลงยังยกตัวแปรอื่นๆ อาทิ สัดส่วนรายได้ของประชากร กลุ่มที่มีรายได้สูงสุด เทียบกับกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุด การถือครองบัญชีเงินฝาก การถือครองที่ดิน มาเทียบเคียงด้วย โดยตัวเลขเหล่านี้ก็ยังแสดงถึงปัญหาการกระจายรายได้อีกเช่นเคย

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขต่างๆ ออกมาดีขึ้น แต่ถ้าไปดูเนื้อหาจะเห็นปัญหาที่คงอยู่ โดยเฉพาะถ้าเทียบค่าสถิติในระยะยาว

เริ่มตั้งแต่สัดสวนรายได้ของประชากร โดยประชากรระดับบนสุด 20% ครอบครองสัดส่วนรายได้ถึง 50.76% ขณะที่ประชากรระดับล่างที่จนสุด 20% มีสัดส่วนรายได้แค่ 4.92%

คนระดับบนของประเทศจึงยังเป็นผู้ครอบครองความมั่งคั่งเกินครึ่งไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

ขณะเดียวกันแม้ภาพรวมความเหลื่อมล้ำจะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ดีขึ้นในชนบท ความไม่เสมอภาคยังคงอยู่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่ในปี 2531 สัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคอยู่ที่ 0.388 แต่ในปี 2558 กลับเพิ่มเป็น 0.397 ส่วนคนจนเมืองเกือบ 30 ปี ค่าสัมประสิทธิ์ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 0.434

นั่นแสดงว่า คนจน กทม. คนจนเมืองยังอยู่ลำบาก

อีสานยังคงรักษาแชมป์เป็นภาคที่มีคนจนมากสุด 1,929,800 คน รองลงมาคือภาคเหนือ 1,007,800 คน ภาคใต้ 908,600 คน และภาคกลาง 827,300 คน

จังหวัดที่ยากจน ส่วนใหญ่ก็เป็นคนหน้าเดิม รายได้ต่ำสุดคือ กำแพงเพชร ที่คนละ 2,220 บาท/เดือน เพชรบูรณ์ 2,238 บาท นครราชสีมา 2,276 บาท ศรีสะเกษ 2,277 บาท และตาก 2,280 บาท

ส่วนจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนมากสุด เกาะกลุ่มใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยปัตตานี มีสัดส่วน 34.91% หรือประชากรปัตตานี 100 คน จะเป็นคนจนเกือบ 35 คน ส่วนยะลามีสัดส่วน 21.04% และนราธิวาสอยู่ที่ 19.5%

ในแง่ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสังคม บริการภาครัฐ แม้จะมีการขยายการให้บริการแล้ว แต่ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งการคุ้มครองแรงงานที่มีประกันทางสังคม ครอบคลุมเพียง 36.3%

ความเหลื่อมล้ำน่าจะเป็นปัญหาอีกนาน เห็นได้จากระดับการศึกษา เมื่อปี 2550 คนจนส่วนใหญ่จะไร้การศึกษา เรียนไม่ถึงระดับประถม โดยมีสัดส่วนถึง 67.5% แต่ในปี 2558 คนจนจะมีระดับการศึกษากระจุกที่ระดับประถมถึง 66.5%

คงต้องใช้เวลาแก้ไขระบบการศึกษาอีกนาน กว่าจะดันกันต่อไปได้

ความเหลื่อมล้ำ ความจนจึงยังไม่หมดไปในระยะเวลาอันสั้น

โน้น ต้องรอชั่วลูกชั่วหลานกระมัง ค่อยมาว่ากันอีกที

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก