
อย่าหลงกล
คุณผู้อ่านท่านหนึ่งได้ส่งข้อความทำนองอิดหนาระอาใจต่อพฤติกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
โดย...ขำ เคืองใจ facebook/ขำ เคืองใจ
คุณผู้อ่านท่านหนึ่งได้ส่งข้อความทำนองอิดหนาระอาใจต่อพฤติกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ระบุว่า “ขณะที่ประเทศไทยกำลังไว้ทุกข์ สงบนิ่ง ก็ได้เห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือ
อย่างเช่น บรรดาผู้ทำหน้าที่จิตอาสา ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพ ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา ต่างพร้อมใจมาให้บริการ คอยอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งบริเวณสนามหลวงและบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง
ก่อนหน้านี้ บางคนประกาศจะน้อมนำคำสั่งสอนของพ่อมายึดถือปฏิบัติตนเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมปกป้องทำนุบำรุงสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ดำรงสืบต่อไป
แต่ทว่าผ่านไปเพียงแค่ 30 วันเท่านั้นเอง พฤติกรรมของกลุ่มคนเดิมๆ ก็ปรากฏ พยายามเข้ามาสร้างบรรยากาศให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะแบ่งเขาแบ่งเรา
เช่น มีความพยายามเผยแพร่คลิปเหตุการณ์บรรยายของนักพูดชื่อดังในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการตัดต่อถ้อยความ พร้อมกับให้น้ำหนักว่า เธอผู้นี้กำลังดูหมิ่นชาวอีสาน”
หากติดตามการบรรยายของเธอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เธอเป็นนักพูดมีความสามารถคนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในสังคม ไม่ใช่นักไฮด์ปาร์กจมปลักอยู่แต่การแบ่งสีเสื้อหรอกครับ
แต่มิวายยังมีการจับแพะชนแกะ โยงไปว่าเป็นนักพูดรับจ้างของกองทัพบ้าง ได้รับค่าตอบแทนมากมาย ซึ่งมันชักไปกันใหญ่ หาได้สร้างสารประโยชน์ท่ามกลางบรรยากาศทุกฝ่ายต่างปรารถนาสร้างความสมัครสมานสามัคคีแต่อย่างใด
เหมือนคราวก่อนนั่นล่ะครับ มีความพยายามหาเหตุโจมตีผู้ไม่สวมใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ ซึ่งเขาอาจมีความจำเป็นบางประการที่เราไม่ทราบ เช่น เขาต้องประกอบอาชีพเฉพาะต้องสวมใส่เสื้อผ้าสีหนึ่ง หรือเพราะมีเสื้อผ้าชุดสีดำไม่เพียงพอ
หรือว่าเป็นเจตนาไม่อยากใส่เสื้อผ้าสีดำ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล จะไปบังคับกะเกณฑ์คงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเป็นผู้ไม่รู้จักกาลเทศะใดๆ ขัดต่อขนบธรรมเนียมสังคมส่วนใหญ่ เราคงต้องปล่อยเขาไป ไม่ควรใช้ศาลเตี้ยตัดสินด้วยการทำร้ายร่างกายกัน
เพราะทันทีที่เราเข้าร่วมบรรเลงเพลงความรุนแรง ย่อมเข้าทางกลุ่มบุคคลที่จ้องต่อความยาวสาวความยืด เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะให้เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ร่ำไป
เช่นเดียวกับวันนี้ (22 พ.ย. 2559) รัฐบาลดำริให้จัดกิจกรรมครั้งสำคัญ “รวมพลังแห่งความภักดี” ภายหลังเคารพธงชาติแปดนาฬิกา ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวง กรม ศาลากลาง สถานที่ราชการต่างจังหวัด ด้วยการร่วมกันปฏิญาณตน
หลักใหญ่ใจความตามที่หลายท่านเตรียมพร้อมกล่าวคำปฏิญาณตน นั่นคือ “...จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติ ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป”
การปฏิญาณจะสัมฤทธิผลต้องกระทำด้วยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกับคำว่า “จะรู้รักสามัคคี”
ส่วนใครจ้องหาเรื่องชักใบให้เรือเสีย มุ่งทำลายบรรยากาศอันดีของบ้านเมืองก็ต้องยึดหลัก “มีสติมากๆๆ ไม่หลงตามกลเกมคนพวกนี้”







