posttoday
อย่าหลงกล

อย่าหลงกล

22 พฤศจิกายน 2559

คุณผู้อ่านท่านหนึ่งได้ส่งข้อความทำนองอิดหนาระอาใจต่อพฤติกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

โดย...ขำ เคืองใจ  facebook/ขำ เคืองใจ

คุณผู้อ่านท่านหนึ่งได้ส่งข้อความทำนองอิดหนาระอาใจต่อพฤติกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ระบุว่า “ขณะที่ประเทศไทยกำลังไว้ทุกข์ สงบนิ่ง ก็ได้เห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือ

อย่างเช่น บรรดาผู้ทำหน้าที่จิตอาสา ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพ ผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา ต่างพร้อมใจมาให้บริการ คอยอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งบริเวณสนามหลวงและบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง 

ก่อนหน้านี้ บางคนประกาศจะน้อมนำคำสั่งสอนของพ่อมายึดถือปฏิบัติตนเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมปกป้องทำนุบำรุงสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ดำรงสืบต่อไป

แต่ทว่าผ่านไปเพียงแค่ 30 วันเท่านั้นเอง พฤติกรรมของกลุ่มคนเดิมๆ ก็ปรากฏ พยายามเข้ามาสร้างบรรยากาศให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะแบ่งเขาแบ่งเรา

เช่น มีความพยายามเผยแพร่คลิปเหตุการณ์บรรยายของนักพูดชื่อดังในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการตัดต่อถ้อยความ พร้อมกับให้น้ำหนักว่า เธอผู้นี้กำลังดูหมิ่นชาวอีสาน” 

หากติดตามการบรรยายของเธอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เธอเป็นนักพูดมีความสามารถคนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในสังคม ไม่ใช่นักไฮด์ปาร์กจมปลักอยู่แต่การแบ่งสีเสื้อหรอกครับ

แต่มิวายยังมีการจับแพะชนแกะ โยงไปว่าเป็นนักพูดรับจ้างของกองทัพบ้าง ได้รับค่าตอบแทนมากมาย ซึ่งมันชักไปกันใหญ่ หาได้สร้างสารประโยชน์ท่ามกลางบรรยากาศทุกฝ่ายต่างปรารถนาสร้างความสมัครสมานสามัคคีแต่อย่างใด    

เหมือนคราวก่อนนั่นล่ะครับ มีความพยายามหาเหตุโจมตีผู้ไม่สวมใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ ซึ่งเขาอาจมีความจำเป็นบางประการที่เราไม่ทราบ เช่น เขาต้องประกอบอาชีพเฉพาะต้องสวมใส่เสื้อผ้าสีหนึ่ง หรือเพราะมีเสื้อผ้าชุดสีดำไม่เพียงพอ 

หรือว่าเป็นเจตนาไม่อยากใส่เสื้อผ้าสีดำ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล จะไปบังคับกะเกณฑ์คงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเป็นผู้ไม่รู้จักกาลเทศะใดๆ ขัดต่อขนบธรรมเนียมสังคมส่วนใหญ่ เราคงต้องปล่อยเขาไป ไม่ควรใช้ศาลเตี้ยตัดสินด้วยการทำร้ายร่างกายกัน

เพราะทันทีที่เราเข้าร่วมบรรเลงเพลงความรุนแรง ย่อมเข้าทางกลุ่มบุคคลที่จ้องต่อความยาวสาวความยืด เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะให้เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ร่ำไป

เช่นเดียวกับวันนี้ (22 พ.ย. 2559) รัฐบาลดำริให้จัดกิจกรรมครั้งสำคัญ “รวมพลังแห่งความภักดี” ภายหลังเคารพธงชาติแปดนาฬิกา ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวง กรม ศาลากลาง สถานที่ราชการต่างจังหวัด ด้วยการร่วมกันปฏิญาณตน

หลักใหญ่ใจความตามที่หลายท่านเตรียมพร้อมกล่าวคำปฏิญาณตน นั่นคือ “...จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติ ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป”

การปฏิญาณจะสัมฤทธิผลต้องกระทำด้วยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกับคำว่า “จะรู้รักสามัคคี” 

ส่วนใครจ้องหาเรื่องชักใบให้เรือเสีย มุ่งทำลายบรรยากาศอันดีของบ้านเมืองก็ต้องยึดหลัก “มีสติมากๆๆ ไม่หลงตามกลเกมคนพวกนี้”

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน