posttoday
รักจริงหวังแต่ง ต้องวางแผนเผื่อหย่า

รักจริงหวังแต่ง ต้องวางแผนเผื่อหย่า

03 พฤศจิกายน 2559

โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์,CFP

โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์,CFP

ใกล้สิ้นปี นอกจากเป็นเทศกาลภาษีกับเกษียณแล้ว ยังเป็นเทศกาลของการแต่งงานด้วย สังเกตุง่ายๆก็คือ เรามักจะได้รับการ์ดเชิญไปงานแต่งงานมากในช่วงนี้ (แต่สำหรับผมตอนนี้ไม่ค่อยได้รับการ์ดแต่งงานแล้ว เพราะเพื่อนๆก็อายุมากๆกันทั้งนั้น ที่ได้บ่อยๆ คือ การ์ดงานศพ ไม่พ่อแม่เพื่อน ก็เพื่อนเองนั่นแหละที่ค่อยๆหายไปทีละคนสองคน) หรือ อีกอย่างที่เราสังเกตุกันได้ก็คือ ใน line group เราจะมี happy birthday เพื่อนๆใน line กันถี่มาก เพราะเกิดกันช่วงปลายปีเยอะมาก ถ้าระยะเวลาตั้งครรภ์คือ 9 เดือน แสดงว่าแต่งงานกันก็น่าจะแถวๆปลายปีนั่นแหละ

ทีนี้ เมื่อพูดถึงการแต่งงาน คือ การสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต แต่เมื่อคิดจะรักจริงหวังแต่ง ต้องวางแผนเผื่อหย่าด้วย ไม่ใช่แช่ง แต่อยากให้คิดเผื่อเอาไว้ เพราะจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าในปี2555 มีผู้จดทะเบียนสมรสใหม่ทั่วประเทศจำนวน314,338 คู่และมีคู่สมรสเก่าจดทะเบียนหย่า111,377 คู่คิดเป็น35% ของคู่ที่จดทะเบียนสมรสใหม่นอกจากนี้การจดทะเบียนหย่าร้างถือว่าเพิ่มสูงกว่าช่วง9 ปีที่ผ่านมาถึง27% โดยในปี2546 มีผู้จดทะเบียนสมรส328,356 คู่แต่มีคู่สมรสเก่าจดทะเบียนหย่า80,836 คู่

โดยกรมสุขภาพจิตให้สาเหตุของการหย่าร้างว่า

ประการแรกมาจากแรงกดดันมาจากการใช้ชีวิตภายนอกครอบครัว โดยเฉพาะความตึงเครียดจากสภาพการทำงานมีมากขึ้น เมื่อกลับมาสู่ครอบครัวต่างมีความตึงเครียดกลับเข้ามาด้วย หากไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ก็จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง และทำให้ชีวิตครอบครัวยุติลง

ประการที่ 2 มาจากต่างฝ่ายต่างพึ่งพาตนเองได้ มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งคู่ชีวิตอีกคน ความอดทนจึงน้อยลง
อาจจะผิดคาดสำหรับหลายคนที่คาดว่าสาเหตุการหย่าร้างน่าจะมาจากบุคคลที่สาม แต่กลับมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องเงินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการใช้ชีวิตคู่

ดังนั้น ก่อนแต่งงาน เราก็ควรคุยกันแผนการเงินก่อนแต่งงาน โดยก่อนจะวางแผนการเงินสิ่งแรกที่ควรทำคือ

1.ศึกษานิสัยและทัศนคติเกี่ยวกับการเงินของทั้งคู่ว่าแต่ละคนมีพื้นฐานอย่างไร เพื่อนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการวางแผนการเงินก่อนการแต่งงานได้ละเอียด และรอบคอบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยลดความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกัน

2.เพราะกฎหมายกำหนดให้ทรัพย์สินที่มีก่อนจดทะเบียนสมรส ถือเป็นสินส่วนตัว แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังจดทะเบียนสมรสจะถือเป็นสินสมรส รวมถึงดอกผลของสินส่วนตัวและรายได้ที่เกิดขึ้นหลังจากการจดทะเบียนสมรสด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง การทำสัญญาระบุสินส่วนตัวของแต่ละคน โดยให้มีพยานเซ็นรับรอง  2 คน ทำทุกอย่างให้ชัดเจน น่าจะดี ที่เมืองนอกก็เห็นพวกดาราทำกันเป็นเรื่องปกติ แต่ที่เมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นมีใครทำ อาจเพราะวัฒนธรรมของไทย ยังเกรงใจกันอยู่มาก และมองว่าไม่รักกันจริง หรือ เตรียมหย่า เป็นต้น เลยมักหยวนๆไม่คุยกัน แต่เวลามีปัญหาก็จะทะเลาะกัน ตกลงกันไม่ได้ จากประสบการณ์วางแผนการเงินมา เคร่งครัดตอนต้น ผ่อนคลายตอนปลายดีกว่า ผ่อนคลายตอนต้นแล้วมาเคร่งครัดตอนปลายเยอะครับ

3.ตกลงแยกเงินส่วนรวมออกจากเงินส่วนตัว คือตกลงกันให้ชัดเงินก้อนไหนที่แต่ละคนจะจัดสรรสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว โดยเงินส่วนตัวของแต่ละคนควรคิดเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน  เช่น ค่าเดินทาง ค่าสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ค่าโทรศัพท์มือถือ ฯลฯและเงินส่วนตัวของใคร ก็ควรให้สิทธิคนนั้นใช้จ่ายส่วนตัวได้อย่างเต็มที่

4.และเงินส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายของแต่ละคนให้นำมาใส่กองกลางเป็น “ เงินส่วนรวม” ของทั้งสองคน เพื่อสำหรับการใช้จ่ายส่วนกลาง และสำหรับออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต ทั้งคู่จะต้องรู้และมีตัวเลขแน่ชัดว่าแต่ละฝ่ายจะใส่เข้ามาเดือนละเท่าไร ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งสองฝ่ายก็ได้ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น หรือต้องแยกทางกัน เวลาต้องเคลียร์เงินคืนกันได้ง่าย

5.อย่าลืมกำหนดให้ชัดว่า ใครจะเป็นผู้จัดการใช้จ่ายเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางในเรื่องไหนบ้าง เช่น เรื่องอาหารการกิน เป็นหน้าที่ของผู้หญิง เรื่องรถเรื่องบ้านเป็นหน้าที่ของผู้ชาย เป็นต้น

วิธีง่าย ๆ ของการดูแลเงินส่วนรวม ก็คือ เปิดบัญชีธนาคารร่วมกันหนึ่งบัญชีโดยกำหนดเงื่อนไขการเบิกว่าต้อง ใช้ลายเซ็นร่วมของทั้งสองฝ่ายการเปิดบัญชีโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถเซ็นเบิกจ่ายได้โดยลำพังเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำและควรหลีกเลี่ยงที่สุดแม้จะรักกันแค่ไหนก็ตาม เพราะยามมีปัญหา ชี้นกยังบอกไม่ใช่นกเลย
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆสำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก