
การข่าวที่ต้องแม่น
กลับมาหลอกหลอนคนไทยกันอีกรอบ เมื่อเอกอัครราชทูตด้านความมั่นคงของออสเตรเลีย
โดย...ดาบบุญ
กลับมาหลอกหลอนคนไทยกันอีกรอบ เมื่อเอกอัครราชทูตด้านความมั่นคงของออสเตรเลีย เตือนว่าจะมีเหตุก่อการร้ายขั้นรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝากให้ความมั่นคงของเมืองไทยทั้งตำรวจและทหาร วางแผนป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะมาเยือนเขย่าขวัญคนกรุง
ไม่เตือนเปล่า การข่าวของออสเตรเลียระบุได้ถึงห้วงเวลาว่า เหตุน่าจะเกิดระหว่างวันที่ 25-30 ต.ค.นี้!!
หนำซ้ำข่าวที่ว่าแพร่หลายให้คนไทยได้เห็นอีกด้วย
เพราะการข่าวของมิตรประเทศแจ้งมาเช่นนั้น ก็ทำให้นายพลสีกากีในรั้วปทุมวันเดินกันให้ควั่ก ผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงอย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ก็เรียกประชุมด่วนทั้งตำรวจสันติบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจนครบาล เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลอย่างเร่งด่วน
จนนำไปสู่แผนการตะลุยค้นย่านรามคำแหงเมื่อเช้ามืดวันที่ 11 ต.ค. ก่อนจะควบคุมผู้ต้องสงสัยมาสอบรวม 10 คน
น่าสนใจนะครับว่าแอ็กชั่นของตำรวจครั้งนี้ มันสะท้อนอะไรได้หลายอย่าง ประการแรกคือเหตุระเบิดในหัวเมืองใหญ่ที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งทั้งหมดเป็นเขตเศรษฐกิจ เขตท่องเที่ยว มันส่งผลให้ตำรวจต้องปรับแผนเผชิญเหตุ และต้องไม่ประมาทแม้แต่แวบเดียวในการรับมือกับภัยก่อการร้าย
ประการที่สอง ข่าวเตือนล่าสุดมาจากต่างชาติอย่างออสเตรเลีย มันสะท้อนให้เห็นภาพว่าแล้วการข่าวของบ้านเราล่ะ รู้เรื่องนี้หรือไม่ ไม่ว่าหน่วยข่าวของทหารและตำรวจ หรือรู้อยู่แล้วแต่เก็บเงียบ ไม่ได้แจ้งเตือนประชาชน หรือในหลายหน่วยงานให้ช่วยเฝ้าระวัง
หรือร้ายแรงที่สุด คือไม่รู้เลยว่าจะมีเหตุร้ายรุนแรงเข้ามาเยือนคนไทยอีกครั้ง
ถ้าเป็นอย่างหลังสุดนี้คือน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับการข่าวของเมืองไทยที่ถือเป็นหัวใจหลัก เป็นเกราะอีกชิ้นที่เอาไว้ป้องกันความรุนแรง
เมื่อการข่าวไม่แม่น หละหลวม เช็กไม่ขาด มันก็ยากที่หน่วยปฏิบัติจะวางแผนป้องกันได้
อย่างไรเสียข้างต้นก็เป็นการคาดเดา และลึกๆ แล้วในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องเชื่อมั่นและวางใจหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะตำรวจที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
เพราะคงไม่มีตำรวจคนไหนอยากมาเห็นคนไทยด้วยกันบาดเจ็บล้มตายเพราะความรุนแรง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุนั้น จะต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวัง ป้องกัน
อีกอย่างที่สำคัญ หากการข่าวนี้จริงทางการไทยยิ่งต้องประชาสัมพันธ์ในส่วนที่ประชาชนควรจะต้องรู้ เพื่อเป็นดวงตาอีกคู่ เป็นปากอีกหนึ่ง ที่จะคอยช่วยตำรวจในการแจ้งเบาะแสและช่วยป้องกันสังคมของเขา
ไม่ให้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
และน่าจะหมดยุคที่เก็บข้อมูล เก็บข่าว อมพะนำเอาไว้กับตัว จนเมื่อเกิดเหตุแล้วถึงมานั่งโต๊ะแถลงว่าการข่าวแจ้งเตือนแล้ว แต่เอาไม่อยู่
ตำรวจไทยเก่งครับ ไร้ข้อกังขา เกิดเหตุแต่ละครั้งการลากตัวคนร้ายมาให้สังคมได้เห็นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เรื่องที่น่าจะทำได้คือ “ระงับไม่ให้เกิดเหตุ” ตรงนี้สังคมอยากเห็นไม่ต่างกันครับ







