posttoday
ตาสว่าง

ตาสว่าง

30 กันยายน 2559

คุณูปการสำคัญหลังเรื่องไม่ชอบมาพากลของครอบครัว “จันทร์โอชา” แดงออกมา ทั้งเรื่องใช้งบหลวงสร้างฝายเก็บน้ำด้วยชื่อส่วนตัว

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

คุณูปการสำคัญหลังเรื่องไม่ชอบมาพากลของครอบครัว “จันทร์โอชา” แดงออกมา ทั้งเรื่องใช้งบหลวงสร้างฝายเก็บน้ำด้วยชื่อส่วนตัว ทั้งเรื่องบริษัทรับเหมาของลูกชาย “ชนะประมูล” งานของกองทัพ โดยใช้ “บ้านหลวง” จดทะเบียนการค้า ก็คือการทำให้สังคมไทย “ตาสว่าง” ขึ้นทันตา

เพราะแม้จะใช้บ้านในกองทัพภาคจดทะเบียนทำธุรกิจนานเกือบ 4 ปี รมว.กลาโหมก็ยังพยายามขอให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการใช้เพียงชั่วคราว และที่หนักกว่าคือคนที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย พยายามบอกว่า การใช้ “บ้านพักราชการ” นั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ “ไม่มีอะไรห้ามเลย”

น่าแปลกที่นักกฎหมายระดับปรมาจารย์จะอธิบายความออกมาเช่นนี้ ทั้งที่ระเบียบกระทรวงกลาโหมเขียนไว้ชัดเจนว่า “ไม่อนุญาต”

สำทับด้วยคนเป็นลุงแท้ๆ ของเจ้าของบริษัทก่อสร้าง อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ออกอาการ “นอตหลุด” ว่าหากไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้ ก็ให้ “ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น”

ทั้งที่สื่อยังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าถามหาความเหมาะสมของการตั้งบริษัทในกองทัพ เพื่อประมูลงานประกวดราคาของกองทัพ ของหลานชายตัวเองเท่านั้น

เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งขอให้สังคมช่วยกัน “ส่องไฟไล่โกง” เป็นหูเป็นตา หากมีการทุจริตประพฤติมิชอบ แต่ท่าทีกลับไปเปลี่ยนชัดเจน เมื่อมีคนในครอบครัวตัวเองเข้าไปพัวพัน

ไม่เพียงเท่านั้น กระบวนการยุติธรรมในยุค คสช. ก็มีเหตุให้เชื่อได้ว่า อาจทำให้ “คนบางกลุ่ม” ได้ประโยชน์ เพราะในยามที่อำนาจ “รัฏฐาธิปัตย์” เป็นใหญ่ และเสียงปืนดังกว่าเสียงประชาชน โดยมีคำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ใหญ่กว่าทุกกฎหมาย “กระบวนการยุติธรรม” ย่อมมีสิทธิที่จะ “เลือกข้าง” ที่ตัวเองปลอดภัยกว่าเสมอ

จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อหน่วยงานอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะออกอาการเลิ่กลั่ก เมื่อถูกถามถึงการตรวจสอบการทุจริตของตระกูลจันทร์โอชา

แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจ ที่แม้แต่ “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ซึ่งเพิ่งจัดอีเวนต์ใหญ่โต ต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงไปหยกๆ จะติดเครื่องสอบโกงช้ากว่าคนอื่น รวมถึงออกแอ็กชั่นได้เพียงออกแถลงการณ์ให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เร่งตรวจสอบเท่านั้น

ความกลัวที่ปกคลุมอยู่จึงเป็นไปได้สูงที่คำตอบสุดท้ายของเรื่องนี้ จะไม่สามารถเอาผิดใครได้ ความผิดฐานคอร์รัปชั่นจึงอาจเป็นเพียง “ไม่มีเจตนา-รู้เท่าไม่ถึงการณ์” หรืออาจจะถูกอธิบายว่า ไม่ผิดกฎหมาย เพียงแค่ “ไม่เหมาะสม” เท่านั้น

เฉกเช่นเดียวกับการเมื่อมีข่าวการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อ-จัดจ้าง หรือการใช้ “กระสุนจริง” ของเหล่าทัพ ที่มักมีคนธรรมดาตกเป็นเหยื่อเสมอ ก็ไม่เคยที่จะเอาผิดใครได้

เกิดในบ้านนี้เมืองนี้ต้องทำใจ เพราะคนใน “กองทัพ” ล้วนมีบุญคุณกับประเทศเป็นล้นพ้นเสมอ ส่วนประชาชนทำได้อย่างมากก็เพียงเฝ้ามอง “ท่านผู้มีอำนาจ” อยู่ห่างๆ เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก