posttoday
ทองตก! กดดันจากกการประชุมเฟด

ทองตก! กดดันจากกการประชุมเฟด

19 กันยายน 2559

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังจากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดคือ จากระดับเดิมอยู่ที่ระดับ 0.0% และปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.2%  ขณะที่ตัวเลข Core CPI ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน   ทำให้ตลาดส่วนหนึ่งกังวลในเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากตัวเลขดังกล่าว อาจจะกระตุ้นให้เฟดพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะมีการประชุมเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ก็เป็นได้   มีแรงเทขายเข้ามาในตลาดเมื่อวันศุกร์อย่างต่อเนื่องจนกดราคาหลุดระดับ 1,310 เหรียญลงมาอีกครั้งหนึ่ง ทำจุดต่ำสุดลงมาที่บริเวณ 1,306 เหรียญ ทันทีที่ราคาลดลงก็มีแรงซื้อกลับบ้างจาก SPDR  ที่มีการเข้าซื้อในคืนวันศุกร์เช่นเดียวกัน ราคาดีดกลับจากระดับ 1,307 เหรียญ และมาปิดตลาดที่บริเวณ 1,310 เหรียญ โดยภาพรวมตลาดยังคงมีความกังวลว่าเฟดอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทันที ในเดือนกันยายน ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 20-21 กันยายน 2559   ก็กลับมากดดันราคาทองคำอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าราคาทองคำในขณะนี้ถูกกดดันจากข่าวนี้ข่าวเดียวเท่านั้น หากถ้าเฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงราคาทองคำก็จะมีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,300 เหรียญลงไปได้     หรือในทางกลับกันถ้าหากว่าเฟดยังคงพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมราคาทองคำก็น่าจะสามารถดีดกลับขึ้นได้อย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน

ดังนั้นในวันที่ 21 กันยายน 2559 นี้ เวลาประมาณตีหนึ่งของบ้านเราก็ถือว่าเป็นช่วงสำคัญที่จะตัดสินว่าทองคำจะเป็นขาลงต่อเนื่องหรือจะดีดกลับขึ้นมาสู่ตลาดขาขึ้นอีกครั้งก็เป็นไปได้ทั้งสองทาง

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และ เริ่มทดสอบจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 1,303 เหรียญ ทำให้ภาพทางเทคนิคในระยะสั้นเข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาลง ในขณะที่แนวโน้มหลักก็เริ่มมีการเปลี่ยน ทิศทางจากภาพราคาที่ค่อยๆปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์  ราคาทองจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,300 เหรียญ ซึ่งถ้าหลุดแนวรับนี้ คาดว่าราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันลงไปถึงบริเวณ 1,294 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดแนวรับของนักลงทุนระยะยาวที่เส้นค่าเฉลี่ย 200วันได้ ในขณะที่แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,330 เหรีญ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับข่าวดีจากการไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเท่านั้นเอง ก็จะสามารถทะลุขึ้นไปได้

ทองคำกับการลงทุน

การลงทุนในทองคำในช่วงนี้จะเห็นความผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา   โดยที่ราคาจะมีการแกว่งตัวอย่างรวดเร็วตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆที่ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคาดหมายที่เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด  จึงทำให้ราคาทองคำในช่วง 1ปี มานี้เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะสั้น มากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและบางครั้งก็กลับไปอยู่ที่ระดับเดิม จึงทำให้นักลงทุนระยะสั้นนิยมชมชอบ  รวมทั้งนักลงทุนระยะยาวก็จะสามารถทำกำไรตามเป้าหมายได้เร็วขึ้น  นักลงทุนระยะสั้นกับระยะยาวของทองคำจะมีส่วนต่างที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ 1. การบริหารการลงทุน 2. การบริหารความเสี่ยง และ 3. การกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุน

ในที่นี้จะพูดถึงการบริหารเงินลงทุนในประการแรก นักลงทุนระยะยาวเงินลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เงินเย็นหมายความว่าจะต้องไม่ใช้ Margin ในการลงทุน หรือถ้าใช้ก็จะต้องต่ำกว่า 2เท่า ก็จะทำให้นักลงทุนนั้นสามารถถือครองสถานะได้ในระยะยาว ในขณะที่นักลงทุนระยะสั้นมักจะได้ประโยชน์จากการใช้ Margin  รวมถึงการใช้ Leverages เงินต้นของการลงทุนก็จะทำให้สามารถทำกำไรได้ง่ายและได้ผลกำไรมาก ประการที่สอง การบริหารความเสี่ยง  ประการที่สาม การกำหนดแผนกลยุทธ์ในการลงทุน กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะสั้นก็จะเป็นแผนตามระยะเวลาที่คาดว่าจะลงทุน โดยวิธีง่ายๆคือให้ใช้ Time Flame  ที่สั้นลงและให้เหมาะกับสภาพตนเองว่าจะเข้าออกที่ระดับใด ในขณะที่นักลงทุนระยะยาวก็จะสามารถกำหนดแผนกลยุทธ์การลงทุนได้โดยใช้หลักการ Technical หรือการใช้ Time Flame ที่ยาวออกไปซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาวก็จะสามารถทำไรได้ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันโดยที่มีความเสี่ยงไม่มากนัก

พบกับข้อมูลการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่อย่างไรที่เวปไซด์ [http://www.mtsgold.co.xn--th%20-vdrxcr3g/]www.mtsgold.co.th  หรือผ่านทาง Social Networkได้ที่ FB: MTS Gold และ Line : @mtsgold  ติดต่อสอบถามข้อมูลที่ Call Center: 02-770-7777

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน