
หุ้นผันผวนขาลง
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต email: [email protected]
ตลาดหุ้นยังผันผวนสูง หลังหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นแถว 1460 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และยุโรป(อีซีบี) รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ
ตลาดหุ้นโลกผิดหวังที่อีซีบีคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยไม่เพิ่มวงเงินและไม่ยืดช่วงเวลาในการทำ QE รวมถึงไม่ลดอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่กรรมการเฟดสลับหน้ากันส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดก่อนสิ้นปีนี้ ทำให้เกิดแรงขายลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นทั่วโลกที่เทรดอยู่ที่ค่าพีอีสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง
กรณีตลาดหุ้นสหรัฐ เทรดอยู่ที่ 17.5 เท่าของประมาณการกำไรปีนี้ ซึ่งเป็นกรอบบนของค่าพีอี โอกาสทำกำไรเหลือจำกัด
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกดูเสี่ยงมากขึ้นที่จะปรับฐานลง ดัชนีดาวโจนส์เพิ่งหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 75 วันเป็นครั้งแรกในรอบ 12 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน อย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียต่างไหลหลุดแนวรับ สู่จุดต่ำสุดในรอบ 12 และ 6 สัปดาห์ ตามลำดับ
แม้ตลาดหุ้นจะร่วงเกือบตลอดสัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวกในปีนี้ นำโดยอินโดนีเซีย+15% ไทย+12% ฟิลิปปินส์+9% ที่โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นหลักมากในรอบปีนี้
ก่อนหน้านั้น ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบปีนี้ โดยบวกแรงถึง 20% เมื่อความเสี่ยงพุ่งขึ้น จึงเกิดแรงขายทำกำไรหรือลดเสี่ยง
ความผันผวนขาลงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังทำให้นักลงทุนลังเลที่จะกลับเข้าช้อนหุ้นแม้ดัชนีจะทรุดลงเกิน 100 จุด แล้ว ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เศษ
มีโอกาสเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิคระหว่างทาง แต่ยังซิกแซกลงหาฐานใหม่อยู่ดี
ในแง่มูลค่าหุ้นไทย ล่าสุดเทรดอยู่ที 16.2 เท่าของประมาณกำไรปี 59 และ 14.6 เท่าของประมาณกำไรปี 60 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต 10.9%
ขณะที่ค่าพีอีเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ 14.7 เท่า และค่าพีอีต่ำสุดอยู่แถว 12.5 เท่า
หุ้นไทยถอยลงมาใกล้ค่าพีอีเฉลี่ยของประมาณกำไรปีหน้า แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ความเสี่ยงสูง ควรชะลอการลงทุน หรือรอให้ราคาหุ้นมีส่วนลดมากกว่าเกณฑ์ปกติ
เมื่อตลาดหุ้นเริ่มสร้างฐานใหม่ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ หรือราคาหุ้นทรุดแรงผิดปกติมาก ค่อยๆ ทยอยเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีโมเดลการทำธุรกิจทีดี หรือกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจ และ/หรือ ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ แนะซื้อ AOT, BEAUTY, BJC, CHG, CK, HMPRO, ILINK, IRPC, KCE และ ROBINS (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์พื้นฐานของธนชาต)







