
ยอมสารภาพ
“ถือว่าคิดดีแล้วครับ”... ส่วนจะนำไปสู่ทางออกของบ้านเมืองทิศทางไหน ต้องรอติดตามชมฝีไม้ลายมือ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“ถือว่าคิดดีแล้วครับ”... ส่วนจะนำไปสู่ทางออกของบ้านเมืองทิศทางไหน ต้องรอติดตามชมฝีไม้ลายมือ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เอาดูแล้วกัน
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากเวทีเสวนาแห่งหนึ่งเมื่อวันสองวันที่ผ่านมา “คุณหญิงหน่อย” บอกสื่อมวลชน ได้ร่วมหารือกับคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีความเห็นตรงกันว่า นักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุทำให้บ้านเมืองเดินมาสู่จุดนี้
ขีดเส้นใต้ระบายตัวหนาไว้เลยนะครับ “นักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุทำให้บ้านเมืองเดินมาสู่จุดนี้” ตรงนี้ต้องขอชื่นชม “คุณหญิงหน่อย” ยอมรับโดยดุษฏี
แต่ถ้าพูดให้ครบสมบูรณ์แบบต้องบอกว่า “นักการเมืองไม่ใช่แค่สาเหตุหนึ่ง แต่เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ชาติบ้านเมืองบรรลัยวายวอด”
คุณหญิงหน่อย บอกต่อไปว่า “จะมีการนัดพูดคุยเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในสัปดาห์หน้า ซึ่งไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นกลุ่มนักการเมืองเก่าแก่ เห็นความเป็นไปของบ้านเมือง ไม่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประเทศและคนรุ่นต่อไป”
คนที่อยู่ในวงเสวนา อย่าง “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รับลูกด้วยการบอกว่า “ยังไม่ได้กำหนดวันนัดหารือ แต่คนที่มาร่วมคุยไม่ใช่แค่ 3 คนเท่านั้น แต่จะชวนเพื่อนอดีต สส.จากพรรคอื่นมาหารือด้วย หลังจากหารือได้ข้อยุติจะมีการแถลงร่วมกัน”
ตามที่กล่าวข้างต้น ถือว่าคิดดี แม้แต่กระบอกเสียง คสช.ออกมาแถลง “แนวคิดการหารือทางออกของคุณหญิงสุดารัตน์ยังไม่มีสัญญาณทางลบ ถือว่ามีความคิดสร้างสรรค์” แน่นอนย่อมดีกว่าเอาเวลารวมตัวเคลื่อนไหว แสดงบทยียวนกวนประสาทประชาชนอ้างเป็นผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยเหมือนนักการเมือง แกนนำมวลชนบางตนที่ทำอยู่ทุกวันนี้
ครั้นข้อเสนอคุณหญิงหน่อยกระพือ สื่อมวลชนไปสอบถามผู้มีอำนาจในรัฐบาลเห็นดีเห็นงามประการใด ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้าน แต่บอกไปตรงๆ ว่า “ยอมรับสู่กระบวนการยุติธรรมก่อนดีไหม แล้วค่อยมาหารือกับผม ตอนนี้เขาก็หารือกันอยู่แล้ว ทั้งที่พรรคที่บ้าน”
ถูกต้องตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เพราะที่ผ่านมานักการเมืองพบปะพูดคุยอยู่เนืองๆ อยู่ที่ว่าจะเป็นไปโดยเปิดเผยหรือทางลับ มีเจตนาดีหรือไม่ดีต่อบ้านเมือง ทำให้ คสช.มีคำสั่งห้ามชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง
การแลกเปลี่ยนความเห็นหาทางออกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจึงขึ้นอยู่กับ คสช.เป็นผู้กำหนดอนุญาต แต่กรณีคุณหญิงหน่อย ซึ่งมีคอนเนกชั่น ระหว่างทหารกับการเมือง และไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีดำดั่งเช่นแก๊งเผาเมืองแลกเศษเงิน การจะได้พูดคุยกับเพื่อนๆ นักการเมือง จึงไม่น่าเป็นปัญหาอะไร
เหมือนเป็นการส่งเสียงในช่วงเวลาหนึ่งให้รัฐบาลทหารได้รับฟัง โดยเฉพาะการตั้งโจทย์ก่อนหารือว่า “จะไม่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประเทศ”
ส่องกระจกสำรวจตัวเองยอมรับและแก้ไข พร้อมยึดคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ใส่รอยหยักของขมอง “ขอให้นักการเมืองบางคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน”
แค่นี้ คุณหญิงหน่อยสามารถหาทางออกให้บ้านเมืองได้แล้วครับ







