posttoday
ทราบยัง

ทราบยัง

28 มิถุนายน 2559

ทราบยัง ประเทศไทยจะมีการประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในวันที่ 7 ส.ค. 2559

โดย...ขำ เคืองใจ  [email protected]

ทราบยัง ประเทศไทยจะมีการประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในวันที่ 7 ส.ค. 2559

แหม! บอกกล่าวอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจ้างผู้เขียนให้ประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าสื่อสิ่งพิมพ์บ่อยๆ หรอกนะครับ

เพียงแต่รู้สึกเห็นใจจริงๆ จึงต้องออกมาตีฆ้องร้องป่าว ดังจะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกแบบกฎกติกาสูงสุดของประเทศ 279 มาตรา จำนวน 105 หน้าเสร็จเรียบร้อย  

กระทั่งผ่านมาถึงวันนี้ เหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งเดือนกว่า กระบวนการชี้แจง ทำความเข้าใจ รณรงค์ประชามติ กลับตกอยู่ภายใต้ความอึมครึม...ยังไงชอบกล

เท่านั้นไม่พอ มาพร้อมความมึนๆ งงๆ สับสนอีกต่างหาก เช่น ถ้าอยากแสดงความเห็นร่างรัฐธรรมนูญจะทำได้มากน้อยขนาดไหน จำเป็นต้องปิดบ้านแอบพูดคุยกันเอง หรือต้องรอ กกต.จัดเวที ส่งจดหมายเชิญ นาย ก. นาย ข. นาย ค. ฯลฯ เข้าไปนั่งฟัง แสดงความคิดเห็นพอเป็นพิธี จบด้วยการปรบมือแล้วจากไป

นักศึกษาวิชาทหาร ที่กองทัพขอความเป็นจิตอาสา ไปช่วยชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญกับพี่น้องประชาชน ยังมีอยู่หรือเปล่า ไปเคาะประตูบ้านถึงไหนแล้ว  บรรรดาอาสาสมัคร ที่เรียกกันว่า ครู ก. ข. ค. บางท่านไปบัญญัติศัพท์เป็น “อาสาสมัคร ก้างขวางคอ” ไปชี้แจงกันตรงไหนบ้าง      

การรณรงค์ประชามติ จึงเป็นไปอย่างเงียบๆ เข้าใจกันเฉพาะกลุ่มเฉพาะพื้นที่ อีกอย่างหากติดตามการทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนเกี่ยวกับประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ ผลสำรวจส่วนใหญ่ออกมาในลักษณะประชาชนไม่เคยอ่านร่างรัฐธรรมนูญ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ

จำความได้ว่าเมื่อปี 2550 บ้านนี้เมืองนี้เผชิญเหตุการณ์จัดทำร่างรัฐธรรมนูญและประชามติ สำนักโพลต่างๆ ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ปรากฏผลออกมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่แตกต่างกับการสำรวจความเห็นปี 2559 โดยที่ชุดคำถามคล้ายคลึงกัน และผลสำรวจแต่ละเดือนออกมาในทำนองนี้  

นอกจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ อีกผลสำรวจตกเป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ชวนสะดุดใจ เมื่อ “หาดใหญ่โพล” สอบถามกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ 98.5% ไม่ทราบว่าลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. 2559  สรุปง่ายๆ ชาวบ้านยังไม่รู้เลยว่าจะมีการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ยิ่งทำให้นึกไปไกลถึงประชาชนในภูมิภาคอื่น หากทำการสำรวจ พร้อมกับบอกเล่าความจริงอย่างตรงไปตรงมา คงได้ผลสำรวจไม่แตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างภาคใต้เช่นกัน

จริงอยู่ ในเขตเมืองระบบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงอย่างทันท่วงที อีกอย่างยุคสังคมโซเชียลมีเดีย มีการแชทไลน์ ส่งข้อความตลอด 24 ชั่วโมง อาจไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่กรณีพื้นที่ไกลปืนเที่ยง พี่น้องชาวนาชาวไร่ จะมีแรงกระตุ้นให้พวกเขาออกมาใช้สิทธิลงประชามติขนาดไหน 

เรื่องของรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ มีพัฒนาการก้าวหน้าไปถึงไหนต่อไหน ยังไม่อาจออกมาแสดงความเห็นกันได้เต็มปาก

นับประสาอะไรคนจะเข้าใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สร้างประโยชน์ให้กับชาวนาชาวไร่ได้ ซ้ำร้ายไม่รู้วันลงประชามติเสียอีก 

อย่างนี้...น่าปวดตับยิ่งนัก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก