ผู้เรียกว่า‘พระ’

วันที่ 15 มิ.ย. 2559 เวลา 09:37 น.
โดย...ขำ เคืองใจ khumkungjai@yahoo.com

พจนานุกรมไทยให้ความหมายของคำว่า “พระ” เป็นคำแทนชื่อผู้ถือบวช สำหรับนำหน้านามที่ใช้เกี่ยวข้องกับผู้เป็นใหญ่และผู้ที่เคารพนับถือ เช่น พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นต้นอย่างในหนังสือเรียนตำราประวัติศาสตร์ กล่าวถึงเหล่าขุนนางที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ใช้คำว่า “พระ” ผสมคำไว้ด้วย เช่น “คุณพระ” “เจ้าพระยา” อะไรทำนองนั้น

กล่าวโดยสรุป บุคคลใดมีคำว่า “พระ” นำหน้า ต้องเป็นผู้น่านับถือไว้ก่อนเป็นลำดับแรก 

จึงไม่แปลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานโทรโข่งวัดพระธรรมกาย นำโดยผู้เรียกว่า “พระ” มีฉายาใดไม่ขอจดจำนะครับ แต่เอาเป็นว่าท่านออกมาแถลงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้เรียกธัมมชโย ว่า “พระธัมมชโย”

...ขำ เคืองใจ... ถอดคำแถลงของกระบอกเสียงธรรมกาย ซึ่งกล่าวเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559 ไว้ดังนี้ครับ

“อยากจะให้พี่น้องสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว อยากขอให้เรียกพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราของชาววัดพระธรรมกาย ด้วยคำนำหน้าว่าพระหรือหลวงพ่อก็ได้นะครับ คือ การเรียกชื่อว่า ธัมมชโย เฉยๆ พูดจริงๆ แล้ว ทางวัดรู้สึกไม่ค่อยดี เพราะตัวหลวงพ่อเองท่านเป็นพระและเป็นพระผู้ใหญ่”

ถ้อยความตามเนื้อหาเข้าใจได้ว่าเป็นการขอความร่วมมือสื่อมวลชนเท่านั้น มิใช่เป็นคำสั่งให้สื่อต้องปฏิบัติตาม

ฉะนั้น ใครจะใช้คำว่า “พระ” นำหน้าธัมมชโยก็ได้ หรือไม่ใช้คำว่าพระเรียกหลวงพ่อแทนก็ได้ หรือไม่ใช้ทั้งพระธัมมชโยหรือไม่เรียกหลวงพ่อ โดยยืนยันกลับไปเรียกธัมมชโยต่อไปก็ได้อีก เพียงแต่การเรียกแค่ธัมมชโยทำให้ศิษยานุศิษย์ สาวกผู้คลั่งไคล้อาจเคืองใจเหมือนตามที่แถลงเท่านั้นเอง

แต่นี่ขนาดขอความร่วมมือนะครับ ปรากฏว่าสื่อหลายสำนักให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  อย่างสื่อบางแห่งจากที่เคยเรียกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า ธัมมชโย ใส่คำว่า “พระ” นำหน้าตามเสียงเรียกร้อง

สื่อบางแห่งเลี่ยงจากเรียกธัมมชโย เนื่องจากทราบดีว่าลูกศิษย์จะรู้สึกไม่ค่อยดี หันไปบัญญัติศัพท์ใหม่ซะเลย ใช้คำว่า “ธัมมี่” บ้าง “หลวงพ่อจานบินบ้าง” เป็นต้น  ถือเป็นสไตล์ของแต่ละสื่อกันไป

นานาจิตตังครับ การใช้คำว่า “พระ” หรือไม่มีพระนำหน้าชื่อฉายาสงฆ์มักกล่าวขานกันไปมาเพื่อสะดวกจดจำกันง่ายขึ้น ไม่ควรยึดติดอะไรมากมายกับแค่ชื่อ ยิ่งผู้บรรลุในธรรม ล้วนปล่อยวาง ตัดซึ่งลาภ ยศ กิเลส ตัณหา แม้แต่วัตถุปัจจัยใดก็ไม่กักเก็บมาเป็นของตัวเอง  

แต่ทว่าบรรดาพุทธศาสนิกชนด้วยกันแล้ว เหตุที่พร้อมใจเรียกศาสดาแห่งพุทธศาสนาว่า “องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” รวมไปถึงผู้นำสถาบันสงฆ์อย่างในประเทศไทยเรียก “พระสังฆราช” เพราะถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ปราศจากข้อครหาใด

ผู้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนอย่างถูกกลวิธี ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่สร้างความมัวหมองให้สถาบันสงฆ์ลุกลามไปถึงความไม่สงบให้สังคมชาติ

ต่อให้เจอะเจอที่ไหน ไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า จะให้เรียกว่า “พระ”  “พระคุณเจ้า” หรือจะก้มลงกราบกรานด้วยแล้ว ก็ไม่ตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่น้อย