
สูตรเดียวกันเป๊ะ
“เรื่องราวมันเป็นอย่างไรถึงได้ร้อยเรียงมาถึงตอนนี้” จับคำพูดของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“เรื่องราวมันเป็นอย่างไรถึงได้ร้อยเรียงมาถึงตอนนี้” จับคำพูดของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ครับ
ถือเป็นการชี้แจงการทำหน้าที่ของดีเอสไอต่อการแจ้งข้อกล่าวหา ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ซึ่งผ่านมาจนถึงบัดนี้ยังไม่สามารถนิมนต์ธัมมชโยมารับทราบข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรได้
ผู้ติดตามข้อมูลข่าวสารคงได้รับทราบรายละเอียดการชี้แจงฉบับยาวเหยียด ซึ่งหลักใจใหญ่ความ ต้องการอธิบายผู้คนที่ไม่ทราบกระบวนการทางกฎหมายให้มีความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญเริ่มมีขบวนการสร้างความเข้าใจผิด บิดเบือน ทำนองว่าดีเอสไอเลือกปฏิบัติ จัดการกับพระสงฆ์องค์เจ้าไม่เท่าเทียม
คำว่า “เลือกปฏิบัติ” “ไม่เท่าเทียม” หลายท่านคลับคล้ายบ้างมั้ย เคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ ช่วงการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีการเผาบ้านเผาเมือง
เรียกได้ว่า ขบวนการปล่อยข่าว ใช้สูตรเดียวกันกับช่วงการชุมนุมทางการเมืองเป๊ะเลย จึงทำให้ พล.อ.ไพบูลย์ ต้องอธิบายคลายความสับสนต่างๆ และเชื่อว่าการชี้แจงของ พล.อ.ไพบูลย์ คงไม่จบแค่วานนี้หรอก น่าจะมีอีกหลายยกในการต่อสู้กับสงครามข่าวสารฝ่ายตรงข้ามที่ปล่อยออกมามากขึ้น
ประจักษ์แจ้งประการหนึ่ง หลังจากกระบอกเสียงธัมมชโยยืนยันให้ดีเอสไอมาแจ้งข้อหาธัมมชโยที่วัดธรรมกาย โดยการันตีว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะได้รับความปลอดภัย ไม่มีสาวกห้อมล้อมกดดัน
แต่วิธีเตรียมต้อนรับถูกยกระดับขึ้น จากที่เคยบอกว่านี่คือศาสนสถานสงบ ปลอดภัย โปร่งใส แต่ลองแอบซุ่มดูสิ มีศิษยานุศิษย์สวมชุดขาว แน่นอนอ้างว่าพวกเขามาปฏิบัติธรรม แต่อีกส่วนกลับสวมบทจิตอาสารับหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ถือวิทยุสื่อสาร ตั้งรั้วเหล็ก คอยสกรีนผู้เข้าออก ซักไซ้สอบถามว่ามาเพื่อวัตถุประสงค์ใด
นี่ยังไม่นับรวมตั้งแต่ ศาลอนุมัติหมายจับให้ดีเอสไอไปดำเนินการ รถแบ็กโฮคันใหญ่ซึ่งพอจะมีประสิทธิภาพทานทนแรงดันจากรถเกราะดีเอสไอ ก็ไปตั้งตระหง่านขวางประตูวัด
อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น ขบวนการปล่อยข่าวกำลังทำงานแข็งขัน เลยเถิดไปถึงสร้างข่าว คสช.เรียกเงินสองพันล้านล้มคดีธัมมชโย ดูเลอะเทอะกันไปใหญ่ อีกด้านรวมตัวสร้างป้อมค่ายปกป้องรังใหญ่ช่างเหมือนยุทธวิธีช่วงการชุมนุมกลุ่มมวลชนป่วนบ้านป่วนเมืองยังไงอย่างงั้น
ถ้านึกถึงช่วงที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง มีการปิดถนน เหลาไม้ไผ่แหลม นำล้อยางมาเสริมบังเกอร์ น่าระทึกขวัญขนาดไหน
อัครสถานที่บางกลุ่มยังคงเรียกว่า “วัด” ณ ตอนนี้ดูจะอยู่ในสภาพเดียวกันแล้วนะครับ







