
อี-คอมเมิร์ซเวียดนาม
เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 90 ล้านคน
โดย...กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 90 ล้านคน และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราสูง โดยในปี 2557 มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ต 39% และมีรายได้จากธุรกิจต่อธุรกิจ (B2C) ที่ 2.97 พันล้านเหรียญสหรัฐ
รัฐบาลเวียดนามได้จัดตั้งหน่วยงาน Vietnam E-Commerceand Information Technology Agency (VECITA) ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ขึ้นมาเมื่อปี 2556 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศเป็นการเฉพาะ โดยหน่วยงานดังกล่าวเทียบเท่าระดับกรม มีอธิบดีเป็นผู้นำองค์กรและได้มีการจัดทำแผนพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National E-Commerce Development Program) ปี 2557-2563 ขึ้นมาเมื่อปี 2557 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง และเป็นช่องทางในการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการเวียดนามและของประเทศในปี 2557
จากการสำรวจของ VECITA พบว่าเว็บไซต์ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ที่ทำรายได้สูงสุดอันดับ 1 ในเวียดนาม คือ lazada.vn ของ Lazada Group ซึ่งเพิ่งถูก Alibaba ของจีนซื้อกิจการไป โดย lazada.vn มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 21 รองลงมาคือ sendo.vn ของญี่ปุ่น เมื่อกลางปี 2558
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม Vingroup ได้เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ โดยการเปิดตัวเว็บไซต์ adayroi.com แม้ว่าตลาดเวียดนามมีศักยภาพสูง แต่ยังไม่สามารถขยายตัวได้เต็มศักยภาพ ชาวเวียดนามซื้อสินค้าออนไลน์เพียง 145 เหรียญสหรัฐ/คนโดยเฉลี่ย เทียบกับ 691 เหรียญสหรัฐในอินเดีย
โดยสาเหตุหลักมาจากความไม่ไว้ใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยปรากฏการณ์ที่พบบ่อยในเวียดนาม คือ การสั่งซื้อทางออนไลน์แต่ชำระด้วยเงินสด (Cash On Delivery–COD) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 64 ของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด







