
หาความสง่างาม
การเมืองไทยนับจากนี้จะถูกกำหนดโดยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้
โดย...หงส์แดง [email protected]
การเมืองไทยนับจากนี้จะถูกกำหนดโดยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้
หากประชาชนเสียงข้างมากเห็นชอบ แน่นอนว่าการเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของพลเรือนจะเป็นไปตามโรดแมปในปี 2560 แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นโรดแมปดังกล่าวต้องถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่าปัญหาเวลานี้ที่น่าสนใจ คือ ความสง่างามของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
ยังไม่ทันกระบวนการประชามติจะเริ่มอย่างเป็นทางการ เพราะร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีผลบังคับใช้ ปรากฏว่ามีความพยายามจะไม่ให้แสดงความคิดเห็นกันเสียแล้ว
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกว่าห้ามรณรงค์เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายต่อต้าน
“ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่โปรดเกล้าฯ ลงมา แต่ถ้าโปรดเกล้าฯ ลงมาก็โดนหมด เพราะเขาห้ามพูดรณรงค์ไม่ใช่หรือ กฎหมายเขาเขียนให้นักวิชาการรณรงค์ได้ แต่ประชาชนรณรงค์ไม่ได้เช่นนั้นหรือไม่ แต่กฎหมายเขียนว่า ห้ามรณรงค์รับหรือไม่รับ แค่นี้ทำไม่ได้หรืออย่างไร ไม่เข้าใจภาษาไทยหรือจึงต้องแปลไทยเป็นไทย” ส่วนหนึ่งการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์
เข้าใจดีว่าเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเพราะมีทั้งอำนาจนายกฯ และหัวหน้า คสช. จะเรียกว่าซูเปอร์พาวเวอร์ก็คงไม่แปลกแต่อย่างใด
แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า นี่เป็นการประชามติร่างรัฐธรรมนูญในฐานะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่จะมีผลบังคับใช้กับทุกคนในประเทศไทย (รวมถึง คสช.ทุกท่าน) ยิ่งมีคำถามพ่วงเรื่องการให้ สว.มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ สส.ด้วยแล้ว ทำไมประชาชนจะแสดงความคิดเห็นเพื่อบอกว่าเราควรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้
มองกลับไปเมื่อปี 2557 สกอตแลนด์จัดประชามติเพื่อสอบถามว่าประชาชนเห็นด้วยกับการแยกประเทศออกมาจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ ส่วนตัวดูเหตุการณ์นั้นจากข่าวก็พบว่าประชาชนตั้งกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านและเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้กับประชาชนเห็นข้อดีและข้อเสียก่อนตัดสินใจลงคะแนน
สุดท้ายผลการลงคะแนนออกมาว่าเห็นควรให้สกอตแลนด์อยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป ทุกฝ่ายก็ยอมรับผลที่ออกมา เพราะส่วนหนึ่งมาจากการที่ได้มีพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายแสดงความคิดเห็น ผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไรย่อมเป็นเรื่องที่รับกันได้แบบผู้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา
คสช.พูดมาเสมอว่าต้องการให้ประเทศเกิดความปรองดอง ความสามัคคี และความสงบ ผมเองก็เป็นเหมือนคนไทยคนอื่นๆ ทุกคนที่อยากเห็นประเทศไทยกลับสู่ความสงบเสียที
ที่สำคัญส่วนตัวเชื่อมาเสมอว่าคนไทยสามารถแยกแยะได้ด้วยตัวเองว่าอะไรเป็นอะไร ใครสร้างสรรค์ หรือใครยั่วยุ โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาชี้นำ
แต่มีคำถามว่ากระบวนการประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังเป็นอยู่อย่างนี้จะนำมาซึ่งความสุขของประเทศไทยหรือไม่
จะมีประโยชน์อะไรถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติภายใต้การแสดงความคิดเห็นที่จำกัดจำเขี่ยแบบนี้







