posttoday
อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่กลัวเสี่ยงจะทำอย่างไรดี?

อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่กลัวเสี่ยงจะทำอย่างไรดี?

24 มีนาคม 2559

โดย...กลุ่มกองทุนตราสารทุน บลจ.ธนชาต

โดย...กลุ่มกองทุนตราสารทุน บลจ.ธนชาต

ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ   เงินฝากออมทรัพย์0.5%  เงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ธนาคารให้ดอกเบี้ยประมาณ0.75%-1.5%  ประกอบกับนับจาก 11 ส.ค. 59สถาบันประกันเงินฝากได้ลดการค้ำประกันไม่เกิน 1  ล้านบาทต่อธนาคาร คนที่พึ่งดอกเบี้ยเงินฝากจะทำอย่างไรดี อยากลงทุนหุ้นเหมือนกัน แต่ก็กลัวเรื่องความเสี่ยง จะทำอย่างไรดี

คำถามข้างต้น เรามักจะได้รับจากคนที่มีรายได้พึ่งอยู่กับดอกเบี้ยเงินฝาก อยากลงทุนในหุ้น ก็ไม่มีความรู้ หรือความเข้าใจ บลจ. ธนชาต มีคำตอบให้ 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า เบต้า (Beta)คืออะไร?

ค่าเบต้าในภาษานักการเงินหมายถึง beta coefficient คือ ตัวเลขที่ได้จากการเปรียบเทียบระหว่างการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง  และ การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เป็นเครื่องมือชี้วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคำนวณด้วยวิธีRegression analysis (การวิเคราะห์การถดถอย)

หุ้นที่มีค่าเบต้าต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นที่มีค่าเบต้าสูง

ความผันผวนของตลาดถือว่ามีเบต้าเป็น 1 ดังนั้น หากหุ้น A มีค่าเบต้าเท่ากับ 2 หมายความว่าหากตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะตกลง 20% (มีความผันผวนมากกว่าตลาดเป็นสองเท่า) และหากหุ้น B มีค่าเบต้าของหุ้นเท่ากับ 0.5  ก็หมายความว่าตลาดปรับตัวลง 10% หุ้นดังกล่าวจะปรับตัวลงเพียง 5% (มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดครึ่งนึง) ในทางกลับกันหากตลาดปรับตัวขึ้น 10 % หุ้น A ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น 20 % ในขณะที่หุ้น B ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นแค่ 5%

อย่างไรก็ตาม ค่าเบต้าเป็นการคำนวณจากข้อมูลย้อนหลังในอดีต ค่าเบต้าของหุ้นแต่ละตัวจึงอาจเปลี่ยนไปตามเวลาที่ผ่านไปได้

กองทุน T-PrimeLowbeta มีนโยบายมุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำกว่าความผันผวนของตลาด โดยลงทุนในหลักทรัพย์ที่ Beta ต่ำกว่า 0.85 (3ปี) เฉลี่ย 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) โดยการลงทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ประมาณ 8-10 ตัว ซึ่งคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการบริษัทมีความผันผวนต่ำ และไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมีกระแสเงินสดรับสม่ำเสมอ สามารถจ่ายปันผลได้อย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจุบัน หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ประมาณ 4-8% ต่อปี

โดยทั่วไปนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยงและสนใจลงทุนในตลาดหุ้น มักให้ความสนใจกับการทำกำไรจากการขึ้นลงของราคามากกว่า จึงทำให้หุ้นที่มีพื้นฐานดีแต่ราคาไม่ค่อยผันผวนไม่เป็นที่สนใจ อย่างไรก็ตาม หลักทรัพย์ที่ราคามีความผันผวนต่ำกว่าตลาดจะช่วยให้สามารถป้องกันการปรับตัวลงอย่างแรงของหลักทรัพย์ได้ในระดับหนึ่ง การลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำกว่าความผันผวนของตลาดมากถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักลงทุนที่ไม่ชอบความหวือหวา ตื่นเต้นไปกับการปรับตัวขึ้น-ลงของตลาด

กองทุน T-PrimeLowbeta มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนการลงทุนในระยะกลาง - ยาว ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามทิศทางตลาด แต่ขึ้นกับปัจจัยเฉพาะของหุ้นแต่ละตัว ซึ่งลักษณะหุ้นที่เลือกจะมีการเติบโตที่มั่นคง และผลการดำเนินงานไม่เหวี่ยงตามวัฏจักรเศรษฐกิจเงินลงทุนในระยะยาวจะเติบโตไปพร้อมกับเงินปันผลที่ได้รับและกำไรของบริษัทที่ลงทุน มุ่งเน้นการจำกัดผลกระทบจากปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมที่ T-PrimeLowbeta ให้น้ำหนักการลงทุนจะมีอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าตลาดฯ สม่ำเสมอ และหากเปรียบเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรและเงินฝาก จะพบว่า T-PrimeLowbeta ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เพราะฉะนั้น T-PrimeLowbeta จึงเป็นคำตอบที่ดีคำตอบหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงิน

หากท่านใดสนใจ กองทุนนี้จะเปิดขายอีกครั้งในวันที่ 1-8 เมษายน นี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ธนาคารธนชาตทุกสาขา

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน