ปิดทองหลังพระ

  • วันที่ 15 มี.ค. 2559 เวลา 10:37 น.

โดย...ขำ เคืองใจ khumkungjai@yahoo.com

ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำเพลงประกอบมิวสิควิดีโอ “คนดีไม่มีวันตาย” เสนอในช่วงรายการเดินหน้าประเทศไทย เชื่อว่าผู้ที่ติดตามชมบ่อยๆ คงจะร้องเพลงดังกล่าวได้นะครับ

“แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร...” ตามด้วยอีกท่อนหนึ่งร้องว่า “...จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตา ไม่ว่าดีร้าย...” หยิบยกมาเพียงแค่นี้ก็เสนาะหูแล้วครับ

สำหรับเพลงดังกล่าว คุณปิติ ลิ้มเจริญ เป็นผู้ประพันธ์ ขับร้องโดย คุณธีร์ ไชยเดช ศิลปินผู้มีเส้นเสียงเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งคสช.ตีความบทเพลง ด้วยการหยิบยกเรื่องราวชีวิตจริงของผู้คนในสังคม

ตั้งแต่เด็กนักเรียนช่วยเหลือเพื่อนตกน้ำ แท็กซี่กระทำความดี จนถึงเหล่าทหารหาญทำหน้าที่ดูแลความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มานำเสนอ สอดคล้องเนื้อหาเพลงเสมือน “ผู้ปิดทองหลังพระ” ยิ่งชวนให้รับชมรับฟังเข้าไปใหญ่

นำคุณผู้อ่านมาติดตามเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ได้หวังเชื้อเชิญให้คลั่งไคล้เพลงตามสไตล์ท่านผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรอกนะครับ เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเคยเปิดเพลงดังกล่าวให้บรรดาข้าราชการซึมซับอยู่เหมือนกัน

แต่อยากเล่าถึงบุคคลหนึ่ง ซึ่งในจังหวะต้องเว้นวรรคงานการเมืองเนื่องจากประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์พิเศษ แต่กลับเคลื่อนไหวในทางช่วยเหลือประเทศชาติโดยไม่ได้เป็นข่าวมากนัก ไม่ได้หวังผลตอบแทน อีกทั้งคนในรัฐบาลก็ไม่ค่อยพูดถึง ทั้งที่ไปไหว้วานให้ช่วยทำภารกิจสำคัญ     

บุคคลนั้นคือ “คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีต รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลคุณชวน และตำแหน่งสุดท้ายเป็นอดีตเลขาธิการอาเซียน โดยเมื่อช่วงวันที่ 20-26 ก.พ.ที่ผ่านมา คุณสุรินทร์เดินทางไปหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเดินสายหาเสียงสนับสนุนให้ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปี 2017-2018 

ซึ่งในปีนี้ตัวแทนจากเอเชียแปซิฟิก กลุ่มประเทศสมาชิกของสหประชาชาติจะต้องลงคะแนนเลือกระหว่างประเทศไทยและคาซัคสถาน โดยการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกไม่ถาวรจะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นิวยอร์ก ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้

แว่วมาว่า ช่วงที่คุณสุรินทร์พบกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศชาติตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน เลบานอน ให้การสนับสนุนประเทศไทยเป็นอย่างดี 

การที่ไทยจะได้รับคะแนนเสียงต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 129 ประเทศ จากสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ ให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ณ ตอนนี้ยังมีโอกาส ยิ่งได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณสุรินทร์และเสียงตอบรับจากชาติสมาชิกที่คุณสุรินทร์เดินทางไปพบด้วยแล้ว 

ไม่บ่อยนักที่นักการเมืองไทยไปสร้างชื่อเสียง นานาชาติยอมรับให้รับตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างประเทศ ถึงแม้พ้นวาระไปแล้วก็ทำหน้าที่ในทางใดทางหนึ่งเพื่อประเทศชาติ ที่สำคัญไม่โอ้อวดโพนทะนาตัวเอง

ขณะที่นักการเมืองไทยบางคนอยู่ต่างประเทศเช่นกัน แต่เดินสายจ้อสื่อโจมตีประเทศชาติซะงั้น แถมยังโดนเสียงโห่ไล่น่าอับอาย ...มันช่างแตกต่างกันจริงๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ