
ช่องทางกระจายสินค้า ในเวียดนาม
ปัจจุบันช่องทางการกระจายสินค้าในเวียดนามมีการแข่งขันที่สูง เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดย...กลุ่มงานยุทธศาสตร์ภูมิภาคอาเซียน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ปัจจุบันช่องทางการกระจายสินค้าในเวียดนามมีการแข่งขันที่สูง เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีค่าแรงไม่สูงและอยู่ในวัยทำงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีบริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนหรือทำการค้าในเวียดนามจำนวนมาก การประกอบธุรกิจช่องทางกระจายสินค้าไม่ว่าจะไปเริ่มต้นหรือไปต่อยอดกิจการที่มีอยู่แล้วล้วนต้องใช้เงินทุนที่สูง และสิ่งสำคัญคือ การหาคู่ค้า หุ้นส่วนหรือผู้ร่วมทุน ที่เป็นคนท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ มีเครือข่ายที่กว้างขวาง
ทั้งนี้ กฎระเบียบต่างๆ ในเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การอาศัยที่ปรึกษาด้านกฎหมายในช่วงเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเสมือนเข็มทิศที่จะช่วยชี้แนวทางที่ถูกต้องให้ เพื่อความมั่นใจในการจัดตั้งธุรกิจให้มีความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว
สินค้าของไทยเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้หลักๆ 2 วิธี คือ (1) การนำเข้าทางเรือโดยผู้นำเข้าเวียดนาม โดยที่ผู้นำเข้าจะเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังตัวแทนการค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าปลีก ซึ่งในประเทศเวียดนามจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 750 ร้าน ศูนย์การค้า 132 ร้าน และมีร้านสะดวกซื้อจำนวนหลายร้อยร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ สำหรับในภูมิภาคหรือตามหัวเมืองมีร้านค้าเล็กๆ ที่กระจัดกระจายตามแหล่งชุมชนเป็นจำนวนมาก เฉพาะในกรุงฮานอย ปัจจุบันนี้มีร้านค้าแบบดั้งเดิมประมาณ 135 ร้าน ศูนย์การค้า 9 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต 53 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ 30 แห่ง และยังมีร้านขายปลีกย่อยๆ อีกกว่า 1 หมื่นแห่ง
(2) การนำเข้าผ่านการค้าชายแดน สินค้าส่งออกไปเวียดนามที่สำคัญ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผ้าผืน และกระดาษ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างและส่วนประกอบ ผ้าผืนและด้าย วงจรพิมพ์ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน และยางยานพาหนะ เป็นต้น
การขนส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนามส่วนใหญ่ใช้เส้นทางขนส่งทางน้ำจากท่าเรือกรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือไซ่ง่อน ในนครโฮจิมินห์ ใช้เวลาประมาณ 3 วัน และการขนส่งสินค้าผ่านแดน จากไทยผ่าน สปป.ลาว ไปเวียดนามใช้เส้นทางขนส่งทางบกมี 5 เส้นทาง เส้นทางสายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต (สปป.ลาว)-Quang Tri (เวียดนาม) ระยะทาง 230 กม. (R9) กรุงเทพฯ-กรุงฮานอย ระยะทาง 1,590 กม. ใช้เวลา 35 ชม. กรุงเทพฯ-นครโฮจิมินห์ ระยะทาง 2,590 กม. ใช้เวลา 45 ชม. เส้นทางสายนครพนม-คำม่วน (สปป.ลาว)-Ha Tinh (เวียดนาม) ระยะทาง 210 กม. (R12) กรุงเทพฯ-กรุงฮานอย ระยะทาง 1,385 กม. ใช้เวลา 29 ชม. เส้นทางสายอุบลราชธานี-จำปาสัก (สปป.ลาว)-Koh Tum (เวียดนาม) ระยะทาง 250 กม. เส้นทางสายสระแก้ว-พนมเปญ (กัมพูชา)-Ho Chi Minh (เวียดนาม) ระยะทาง 600 กม. และเส้นทางสายตราด-เกาะกง (กัมพูชา)-Ha Tien (เวียดนาม) ระยะทาง 230 กม.







