posttoday
Better Living (2)

Better Living (2)

22 กุมภาพันธ์ 2559

สัปดาห์ที่แล้ว ผมบอกว่า ในเมียนมาตอนนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาใน 3 กลุ่มธุรกิจ

โดย...ภัทรเชษฐ สุดสงวน

สัปดาห์ที่แล้ว ผมบอกว่า ในเมียนมาตอนนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาใน 3 กลุ่มธุรกิจ และได้เล่าถึงการขนส่งสาธารณะไปแล้ว วันนี้จะพูดถึงธุรกิจด้านการแพทย์ และโมบาย มันนี่ครับ

“ธุรกิจบริการทางการแพทย์” เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตามอง สืบเนื่องมาจากความไม่พร้อมในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้อดีต ทำให้จำนวนโรงพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานนั้น ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ ข้อจำกัดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์

จากตัวเลขมูลค่าการจำหน่ายยา 394 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 และ 385 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 และมีปริมาณการใช้จ่ายด้านสุขภาพภายนอกประเทศเมียนมาสูงถึง 210 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้ารวมตัวเลขในการใช้จ่ายเพื่อรักษาตัวและมูลค่าการค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทั้งหมด คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

จากการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการการบริการด้านสุขภาพ ทำให้รัฐบาลได้ออกกฎหมายเพื่อยืดหยุ่นในการค้าขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยอนุญาตให้บริษัทร่วมทุนสามารถจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักธุรกิจในประเทศไทยที่จะสามารถทำธุรกิจในประเทศเมียนมาได้สะดวกขึ้น หรือแม้แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่สามารถชักชวนให้คนเมียนมา
ไปใช้บริการด้านรักษาพยาบาลในประเทศไทยได้ไม่ยาก และตัวเลขก็เพิ่มขึ้นทุกปี

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงในตอนนี้ก็คือ  “โมบาย มันนี่” ซึ่งนับว่าเป็นความคืบหน้าทางนวัตกรรมที่น่าสนใจในเมียนมา เนื่องจากต้องมีความพร้อมทั้งในด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการสื่อสาร ระบบการเงินการธนาคาร และที่สำคัญที่สุด คือความพร้อมของผู้บริโภค จริงๆ แล้วในเมียนมา มีผู้ให้บริการด้านโมบาย มันนี่หลายรายครับ

แต่รายที่ผมจะพูดถึงก็คือ “เทเลนอร์” (Telenor) ได้มีการเปิดตัวบริการ “Wave Money” ซึ่งร่วมมือกับ “โยม่า แบงก์” (Yoma Bank) ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นบริการที่สามารถใช้งานได้ง่าย โดยใช้วิธีการลงทะเบียนผ่านซิมการ์ดของเทเลนอร์ เพื่อระบุตัวตน และสามารถทำได้ง่าย โดยต้องฝากเงินผ่านตัวแทนของ Wave Money โดยไม่เสียค่าบริการ และสามารถโอนเงินไปยังผู้อื่นได้ ทั้งที่เปิดบัญชี Wave Money หรือผู้ที่ไม่ได้เปิดบัญชี Wavw Money ก็สามารถทำได้เช่นกัน และสามารถถอนเงินจากบัญชี WaveMoney ได้

ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการได้สูงสุดในวงเงิน 2 แสนจ๊าด หรือประมาณ 5,555 บาท เสียทาง Wave Money จะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินไปยังผู้ใช้บริการที่เปิดบัญชี Wave Money จำนวน 500-3,400 จ๊าด หรือประมาณ 13-94 บาท และคิดค่าบริการในการโอนเงินไปยังผู้ที่ไม่ได้เปิดบัญชี Wave Money แต่ต้องระบุหมายเลขบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือหมายเลขใบขับขี่ จำนวน 800-3,600 จ๊าด หรือ 22-100 บาท และคิดค่าบริการในการถอนเงินของจากบัญชี Wave Money จำนวน 150-650 จ๊าด หรือ 4-18 บาท

หลายท่านที่เป็นนักธูรกิจคงทราบดีว่าระบบการเงินการธนาคารในเมียนมายังมีความไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินและการใช้บริการของธนาคาร เนื่องด้วยความไม่สะดวกของการเดินทางระหว่างเมืองเพื่อขนส่งเงินสด และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร ทำให้บริการนี้ตอบโจทย์สำหรับคนที่ทำงานในเมืองใหญ่ และต้องการส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่อยู่ต่างเมืองสามารถทำได้ง่ายขึ้น

และคงต้องจับตากันดูต่อไปว่าเทเลนอร์จะมีแผนพัฒนาบริการนี้ให้ชาวเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทยสามารถใช้บริการดังกล่าวได้หรือไม่ ในการฝ่าฟันกฎหมายการโอนเงินระหว่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง