
วนในอ่าง
กลายเป็นข้อเสนอที่วนกลับมาใหม่อีกรอบเมื่อล่าสุด มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
กลายเป็นข้อเสนอที่วนกลับมาใหม่อีกรอบเมื่อล่าสุด มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จุดประเด็นเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ตั้งกรรมการปรองดองชุดใหม่โดยไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ
รุ่งขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมารับลูกทันที พร้อมระบุว่า “มันต้องมีคณะกรรมการปรองดองที่จะทำในระยะเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าจะไปนิรโทษกรรมอะไร เอาคนเข้ามาสู่กระบวนการปรองดองว่ามีใครบ้าง แล้วกฎหมายมันอยู่ที่ไหน ผิดกฎหมายอะไร ต้องไปดูและกลั่นกรองกันอีกที ถ้าไม่เริ่มตรงนี้มันไปไม่ได้หรอก”
แต่ในความเป็นจริง เรื่อง “ปรองดอง” เป็นโจทย์ใหญ่ที่ยากจะแก้ไข แม้แต่ประธานฯ มีชัย ยังออกตัวว่าคิดหาทางแก้ไม่ออก
ยิ่งในบรรยากาศขัดแย้งที่ตลบอบอวล แม้แต่แจก “ปฏิทิน” ยังเป็นปัญหาที่บานปลายใหญ่โต
ขณะที่ข้อเสนอเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการปรองดองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าไปมากกว่าข้อเสนอที่สรุปออกมาเป็นเล่มๆ ที่ไม่ถูกหยิบไปใช้ประโยชน์
ที่สำคัญ หากจะเร่งเดินหน้าสร้างการปรองดองสามารถไปหยิบเนื้อหาจากคณะกรรมการปรองดองในอดีตมาปัดฝุ่นใช้ได้ทันที แทนที่จะไปตั้งต้นกันใหม่
เมื่อที่ผ่านมา มีทั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ของ คณิต ณ นคร, คณะกรรมาธิการในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์, กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ ดิเรก ถึงฝั่ง, หรือแม้แต่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ของ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์
ทุบโต๊ะเลยว่าข้อเสนอเรื่องการตั้งกรรมการปรองดองรอบใหม่นี้ คงเป็นเพียงแค่การซื้อเวลารอบใหม่ที่ทำให้เห็นว่ามีความพยายามดำเนินการแก้ปัญหา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านี่เป็นเพียงแค่การพายเรือวนอยู่ในอ่างอีกรอบ







