
ไว้ใจได้ไหม
ณ ขณะนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ความไม่ชอบมาพากลในการก่อสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” ได้สั่นคลอนต่อความ “ไว้ใจและศรัทธา”
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ณ ขณะนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ความไม่ชอบมาพากลในการก่อสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” ได้สั่นคลอนต่อความ “ไว้ใจและศรัทธา” ของประชาชน ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ผู้นำรัฐบาล และองคาพยพทั้งหมดที่อยู่รายล้อม
โดยเฉพาะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมายอมรับเป็นนัยๆ ว่าโครงการมีการทุจริตจริง ยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาลเริ่มเอาไม่อยู่ แม้ในโครงการที่ตั้งใจจะให้เป็นหน้าตาของประเทศ
หากเกิดเรื่องนี้ขึ้นในรัฐบาลปกติก็แน่นอนว่า พรรคฝ่ายค้านจะต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อซักฟอกเอาผิดผู้ที่รับผิดชอบโครงการ รวมถึงสามารถยื่นเรื่องไปยังองค์กรตรวจสอบอีก 108 เพื่อเข้าไปสืบเสาะหาหลักฐานเอาผิด
แต่ในระบอบ คสช. การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นมิอาจเกิดขึ้น เพราะ สนช.ทุกคนทำหน้าที่เป็นเพียงตรายางผ่านกฎหมาย และแน่นอน ทุกคนล้วนถูกเสนอชื่อโดย พล.อ.ประยุทธ์
ที่สำคัญ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้นิรโทษกรรม คสช.ไว้เรียบร้อย นั่นหมายความว่า ผู้ปราบโกงมีอภิสิทธิ์พิเศษ คือมีกฎหมายคุ้มครองให้ตัวเองไม่ต้องรับผิด
แน่นอน “ความไม่ไว้ใจ” ได้ฝังอยู่ในหัวประชาชน รวมถึงถูกส่งผ่านไปยังโครงการใหญ่ทั้งหมดของรัฐบาลที่รอคิวอนุมัติอยู่แล้ว
เป็นต้นว่า โครงการทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กิโลเมตร จากสะพานพระราม 7 ไปถึงสะพานปิ่นเกล้า ที่รัฐบาลชุดนี้เรียกว่าเป็น “แลนด์มาร์คกรุงเทพฯ” หวังจะเป็นผลงานเชิดหน้าชูตาใช้งบประมาณมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
หรือคิดง่ายๆ ก็คือ ทางเลียบแม่น้ำแห่งนี้ จะมีมูลค่าสูงถึงกิโลเมตรละ 1,000 ล้านบาท!
แม้จะมีเสียงคัดค้านจากสมาคมสถาปนิกสยาม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 9 มหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคประชาชน ถึงความคุ้มค่า การออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชน รวมถึงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอีกมาก เมื่อนำเสาคอนกรีตปักในแม่น้ำ แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันเดินหน้าต่อ
หรือโครงการอย่าง “รถไฟไทย-จีน” ที่แม้จะยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่เมื่อเม็ดเงินที่ใช้ในโครงการมีมูลค่าถึง 5 แสนล้านบาท รวมถึงเป็นการลงทุนข้ามชาติในโครงการขนาดยักษ์ แน่นอน คำถามถึงคุณภาพ ตลอดจนความคุ้มค่า จะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาลงนามเริ่มสร้างจริง
เพราะในโครงการขนาดไม่ใหญ่ และใช้เงินบริจาคล้วนๆ อย่าง “อุทยานราชภักดิ์” ยังมีปัญหาขนาดนี้ แล้วจะมีอะไรการันตีว่าในโครงการขนาดใหญ่จะโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น 100%
โดยเฉพาะเมื่อไม่มีระบบตรวจสอบถ่วงดุล องค์กรอิสระทำงานไม่ได้เต็มที่ ขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจก็มีอำนาจล้นฟ้า ไม่มีตัวแทนประชาชนเข้าไปร่วมตรวจสอบได้ ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า หากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในโครงการอื่นๆ ประชาชนจะไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย
ที่ทำได้อย่างเดียวคือ “จงเชื่อใจ” ว่ารัฐบาลนี้เป็น “คนดี” และเมื่อเป็นคนดีแล้ว ก็จะต้อง “ไม่โกง” อย่างแน่นอน







