posttoday
ไม่มีใครล้ม

ไม่มีใครล้ม

27 พฤศจิกายน 2558

ก็ไม่รู้สินะว่าทำไมเรื่องไม่ชอบมาพากลของอุทยานราชภักดิ์ ถึงได้ถูก คสช.ตีตราว่าเป็นประเด็น “ฝ่ายตรงข้าม” ต้องการล้มรัฐบาลไปได้

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

ก็ไม่รู้สินะว่าทำไมเรื่องไม่ชอบมาพากลของอุทยานราชภักดิ์ ถึงได้ถูก คสช.ตีตราว่าเป็นประเด็น “ฝ่ายตรงข้าม” ต้องการล้มรัฐบาลไปได้

ทั้งที่ความจริง ต้นสายปลายเหตุที่ทำหน้าที่ขยายผล ล้วนมาจากคนที่รายล้อม คสช.ทั้งสิ้น ทั้งที่เรื่องนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ควบประธานมูลนิธิราชภักดิ์ ออกมายอมรับโต้งๆ ว่ามีการเรียกเปอร์เซ็นต์จากโรงหล่อรูปปั้น

หรือเรื่องที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ไม่ยอมเปิดเผยบัญชีรายรับ-รายจ่าย และออกมาบอกว่า “ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอะไร”

เมื่อมีมูลของการทุจริต เป็นธรรมดาที่ประชาชนย่อมอยากได้การตรวจสอบที่เป็นกลาง เพื่อหาคำตอบว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร

ยังไม่นับรวมเรื่อง “คนหาย” ที่ระบาดไปทั่ว เพราะเซียนพระชื่อดัง ผู้มีส่วนสำคัญในการติดต่อโรงหล่อฯ ก็หายตัว นายทหารระดับสูง มือขวา-มือซ้าย พล.อ.อุดมเดช ก็หายตัว ขณะที่ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ก็อยู่ในข่ายไม่สามารถติดต่อได้

สิ่งที่สาธารณชนคลางแคลงใจก็คือ “คนหาย” เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ หรือได้สร้างความเสียหายให้รัฐอย่างไร และไปจำนวนเท่าใด ไม่มีใครจะไปทำอะไร คสช.ด้วยการขยายแผลเหล่านี้

แม้ว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวจะนิรโทษกรรม คสช.ไว้ล่วงหน้า และแม้ว่าอำนาจ “มาตรา 44” จะมีพลานุภาพอยู่เหนืออำนาจบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ แต่เสียงประกาศกร้าวเรื่องเข้ามาปราบโกง และยึดหลักนิติธรรมของหัวหน้า คสช.ยังคงก้องอยู่ในหู

ด้วยเหตุนี้ หน้าที่ของ คสช.จึงต้องตรวจสอบ เอาผิด และสร้างความกระจ่างกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตในอุทยานราชภักดิ์ หรือการไถเงินห้างร้านเพื่อจัดอีเวนต์

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการล้มรัฐบาล เพราะลำพังขุมกำลังทั้งจากนักการเมือง หรือจากคนเสื้อแดงทั้งบนดิน-ใต้ดิน ที่ถูกตีตรามาตลอดว่าเป็นพวกบ่อนทำลาย “ง่อยเปลี้ยเสียขา” มาตลอดหลัง คสช.ยึดอำนาจ

ท่าทีของ สุรพงษ์ โตวิจักขณ์ชัยกุล จตุพร พรหมพันธุ์ หรือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ล้มอะไรรัฐบาลไม่ได้ มากไปกว่าการออกมาให้สัมภาษณ์จิกกัด คสช. เปรียบเสมือนเป็น “ยุงรำคาญ” เท่านั้นเอง

จนถึงเวลานี้ อำนาจของหัวหน้า คสช. และคณะทั้งมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มากกว่ารัฐบาลใดๆ ก่อนหน้า

หากรัฐบาลจะล้ม ก็ด้วยเหตุผลเดียวคือใช้อำนาจที่มีเพื่อปกป้องตัวเอง และพรรคพวกจนหลงลืมว่าตัวเองมีเพียงอำนาจจากการทำรัฐประหารเท่านั้น ที่ทำให้อยู่ได้จนถึงวันนี้

เพราะประชาชนที่เชียร์ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้เป็นแฟนคลับเดนตายที่เห็นคุณค่าของการรักษาความสงบขนาดมากมาย เมื่อใดก็แล้วแต่ที่เห็นท่าทีลุแก่อำนาจเกินควร ก็หันหลังหนีได้ตลอดเวลา

บทเรียนในอดีตมีให้เห็นบ่อยครั้ง หากรัฐบาลจะพัง ล้วนพังด้วยมือตัวเอง หากจะมีขบวนการล้ม ก็เป็นแค่พวกที่นั่งตีขิมรอ “ผสมโรง” และ “ชุบมือเปิบ” ในเวลาที่รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก