เฝ้าระวัง

วันที่ 18 พ.ย. 2558 เวลา 08:58 น.
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

กลายเป็นประเด็นให้ประเทศไทยห้ามมองข้ามไปโดยเด็ดขาด ภายหลังกลุ่มก่อการร้ายไอเอสก่อเหตุโจมตีประเทศฝรั่งเศสในหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตร้อยกว่ารายและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการฝรั่งเศสที่เข้าโจมตีกลุ่มไอเอสทางอากาศเพื่อทำลายฐานที่มั่นของไอเอส

แม้ดูผิวเผินอาจเป็นเรื่องไกลตัวประเทศไทยมาก เพราะเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรจากเรื่องดังกล่าวด้วยซ้ำ ทว่า ล่าสุดมีการรายงานจากสื่อมาเลเซียเพื่อนบ้านของไทย ระบุว่ากลุ่มไอเอสเตรียมขยายฐานเข้ามายังภูมิภาคอาเซียน

โดยรายงานยังบอกว่า หากกลุ่มไอเอสรวมกับกลุ่มอาบูไซยาฟที่อยู่ในฟิลิปปินส์และกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) ที่เคยก่อเหตุวินาศกรรมไนต์คลับบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 จนมีผู้เสียชีวิต 202 คน หากรวมกันได้สำเร็จจะส่งผลให้อาเซียนต้องเผชิญกับการก่อการร้ายรุนแรงกว่าเดิม

เป็นคำยืนยันจาก “อายอบ ข่าน ไมดิน พิทเชย์” หัวหน้าหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ระบุคำให้สัมภาษณ์กับสื่อมาเลเซีย

ดังนั้น เรื่องดังกล่าวจึงไม่ไกลตัวประเทศไทยอีกต่อไป จำเป็นให้หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง ต้องตรวจค้นให้เข้มข้นใกล้ชิดมากขึ้นเป็นทวีคูณกว่าเก่า

เรื่องแบบนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยถูกมองจากสายตานานาชาติ ว่าเป็นแหล่งกบดานของผู้กระทำผิดมาหลบซ่อนโดยไร้มาตรการรัดกุม

ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเหมือนเช่นสุภาษิต “วัวหายล้อมคอก” หรือตัวอย่างให้เห็นที่ผ่านมากรณีเหตุลอบวางระเบิดท้าวมหาพรหมจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

รัฐจำต้องเข้มงวดเพื่อป้องกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง หากทำได้จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นเชื่อใจจากคนในและต่างประเทศ หากเพิกเฉยละเลยจนเกิดเหตุ ทุบโต๊ะ...เลยว่า เสียงถาโถมจะตกมายังรัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศแน่นอน