
การลงทุนด้วย Artificial intelligence
การลงทุนที่พวกเราทำอยู่ทุกวันจำเป็นต้องใช้ความสามารถทางปัญญา อยู่มาก ทั้งหาข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล
โดย ดร.พิชิต อัคราทิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
การลงทุนที่พวกเราทำอยู่ทุกวันจำเป็นต้องใช้ความสามารถทางปัญญา (Intelligence) อยู่มาก ทั้งหาข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่ลงทุนจากความรู้ที่สร้างจากข้อมูลที่หามาดังกล่าว โดยทั้งหมดที่กล่าวนี้ ดำเนินการโดยใช้สมองคนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสมองของนักลงทุนเอง ของผู้จัดการกองทุน ของมาร์เกตติ้งหรือผู้แนะนำการลงทุน หรือแม้แต่ดีลเลอร์หลักทรัพย์ที่ต้องซื้อหรือขายตามคำสั่ง แต่ต้องให้ได้ที่จำนวนและราคาที่ดีที่สุด
ในปัจจุบัน ความสามารถทางปัญญา ที่ใช้ในการลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างและทำงานได้ โดยไม่ใช้สมองคน แต่ใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก โดยเป็นความสามารถทางปัญญาที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยความพยายามของมนุษย์ ที่จะสร้างคอมพิวเตอร์ที่ไม่เพียงคำนวณได้ แต่สามารถ “คิด” ได้ด้วย ในวงวิชาการเรียกศาสตร์แขนงนี้ว่า Artificial Intelligence (AI) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์”
พวกเราอาจเคยได้ยินคำว่า Quantitative Investment Strategies หรือ Quant Strategies ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้ตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ภายใต้แบบจำลองการลงทุนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ โดยไม่ใช้มนุษย์หรือใช้น้อยที่สุดในกระบวนการลงทุนทั้งหมด Quant Strategies นี้นับเป็นการประยุกต์ใช้ AI ในการลงทุนรูปแบบหนึ่ง และในแวดวงการลงทุนระดับสากล Quant Strategies ได้รับการยอมรับจากกองทุนรวม Hedge funds และนักลงทุนสถาบันทั่วไป ว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนหนึ่งที่เป็นประโยชน์
ในกระบวนการลงทุนยุคปัจจุบัน เมื่อเรากำหนดระดับผลตอบแทน ความเสี่ยง และสภาพคล่องที่ต้องการของการลงทุน (วัตถุประสงค์พื้นฐานทั่วไปของการลงทุน) แล้ว เราจะทำการเลือกหลักทรัพย์และทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ สร้างเป็นพอร์ตโฟลิโอที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่กำหนดไว้ดังกล่าว
การเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุนก็มักจะใช้ วิธีการลงทุนแบบพื้นฐาน (Fundamental Approach) หรือแบบเทคนิค (Technical Approach) ตามที่เราคุ้นเคย
ในกระบวนการลงทุนที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ เราจะสังเกตุได้ว่า การเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน และการจัดพอร์ตโฟลิโอนั้น ประกอบด้วย กฎการลงทุน (Investment rule) ที่สร้างจากการประมวลข้อมูลในอดีต และพยากรณ์ไปข้างหน้า เช่น กฎการลงทุนว่า จะซื้อถ้าราคาปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ย 50 วันย้อนหลัง หรือจะขายหากตรงข้าม (ตัวอย่างกฎการลงทุนแนว Technical) หรือกฎการลงทุนว่า จะขายเมื่อราคาหลักทรัพย์สูงกว่ามูลค่าแท้จริง (Intrinsic Value) ที่คำนวณได้ หรือซื้อเมื่อตรงข้าม (ตัวอย่างกฎการลงทุนแนว Fundamental) เป็นต้น
กฎการลงทุนอย่างที่ยกตัวอย่างมานี้สามารถถูกกำหนดเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ และเมื่อเชื่อมต่อกับระบบซื้อขายหลักทรัพย์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็สามารถซื้อขายหลักทรัพย์และทำการลงทุนแทนเราได้
การกำหนดกฎการลงทุนในคอมพิวเตอร์ และให้คอมพิวเตอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎที่เรากำหนดนั้น ในความเป็นจริงมีวิวัฒนาการไปมาก ทั้งจำนวนกฎการลงทุนที่ใส่ในโปรแกรม และความซับซ้อนของกลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ในการสร้างกฎ โปรแกรมคอมพิวเตอร์บางโปรแกรม สามารถเปลี่ยนกฎการลงทุนได้เอง โดยไม่ต้องให้มนุษย์สั่งเมื่อมันพบเหตุการณ์ในตลาดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และบางโปรแกรมถึงกับสามารถสร้างกฎการลงทุนเองโดยไม่ต้องรอมนุษย์ป้อนให้ แล้วเลือกกฎการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดมาโปรแกรมให้ตัวเองได้อีกด้วย
การลงทุนโดยเครื่องยนต์นี้ มีข้อดีที่มักกล่าวถึง คือ ความมีวินัยในการลงทุน กล่าวคือ เครื่องยนต์จะทำการลงทุนตามกฎที่กำหนดโดยไม่มีอารมณ์ หรือความเหนื่อยล้าของมนุษย์มารบกวน (อันนี้เป็นจุดอ่อนหนึ่งของผู้จัดการกองทุน และนักลงทุนรายย่อย) นอกจากนี้ เครื่องยนต์ยังสามารถประมวลข้อมูลจำนวนมาก ๆ ในเวลาที่รวดเร็ว และสั่งซื้อขายได้ในปริมาณและความเร็วที่มนุษย์ทำไม่ได้ แต่แน่นอนว่า ถ้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีความผิดพลาดหรือขาดกฎการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ก็จะสร้างความเสียหายได้มากด้วย การสร้างกฎการลงทุนที่เหมาะสม และการสร้างโปรแกรมการลงทุนที่เหมาะสมกับสภาพตลาดหนึ่ง ๆ จึงมีความจำเป็นมากในกระบวนการลงทุนแบบ Quant Strategies และในแวดวงการลงทุนบ้านเรา การวิจัยและพัฒนาวิธีการลงทุนดังกล่าวยังเพิ่งเริ่มต้น
ผมคิดว่า AI จะมีอิทธิพลต่อแวดวงการลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การวิจัยพัฒนาด้าน “AI และการลงทุน” ในบ้านเรายังมีข้อจำกัด การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้าน “AI และการลงทุน” จะทำให้อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยไม่ล้าหลัง มีศักยภาพในการแข่งขันทัดเทียมกับสากล







