
จุดพลิกผัน
เศรษฐกิจต้องการจุดผลิกผัน หรือ Tipping Point โดยหากไล่เรียงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้ว ก็พอเห็นเค้าลางเป้าหมายที่วางไว้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจต้องการจุดผลิกผัน หรือ Tipping Point โดยหากไล่เรียงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้ว ก็พอเห็นเค้าลางเป้าหมายที่วางไว้
จุดที่ถือเป็นการตั้งต้นคือการใส่เงินเข้าไปยังกองทุนหมู่บ้าน และใส่ลงไปยังตำบลทั่วประเทศ เป็นเชื้อแรกที่จะทำให้เกิดการใช้จ่าย จ้างงานในชนบท สร้างกำลังซื้อขึ้นมาจากรากหญ้า
รัฐบาลเองจะเร่งการใช้จ่ายงบประมาณไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็ก หรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อเป็นตัวกระตุ้นเพิ่มขึ้น
ทีมเศรษฐกิจยังสร้างเรื่องเล่าครั้งใหม่ โดยเพิ่มสิทธิพิเศษด้านการลงทุนให้นักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นอนาคตประเทศ หรือซูเปอร์คลัสเตอร์ จำนวน 6 กลุ่ม พื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และภูเก็ต
แค่เพียงนักลงทุนต่างชาติแสดงท่าทีสนใจ ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ต้องการ
มาตรการทั้งหมดหวังทำให้เกิดแรงขับในกลไกเศรษฐกิจ 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน การลงทุนของรัฐ และการลงทุนของภาคเอกชน
หากทุกอย่างเป็นไปตามคาดเศรษฐกิจจะเคลื่อนตัว จากชนบท สู่เมือง จากธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง สู่ธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีกลไกทางการเงินเข้ามาหล่อลื่น อาทิ เงินกู้สำหรับเอสเอ็มอี หรือสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุน
แต่ประเด็นสำคัญของการสร้างจุดพลิกผันก็คือ กระบวนการทั้งหมดต้องเชื่อมโยงถึงกัน จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง โดยถ้าไปสะดุดขั้นตอนไหน ก็จะทำให้กระทบการไหลเวียน เงินไม่หมุน อุดตัน
หรือเรียกได้ว่าเกิดภาวะเงียบ สงสัยไม่ชอร์ต
นอกจากนั้น สิ่งที่เป็นหัวใจของมาตรการเหล่านี้ก็คือ ต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่น เป็นจิตวิทยาสังคมว่า กระบวนการที่ทำขึ้นจะทำให้ฟันเฟืองเศรษฐกิจขับเคลื่อน เดินหน้าได้จริง
ทั้งหมดเป็นงานยาก เหนื่อยแสนสาหัส ปานเข็นครกขึ้นภูเขา
โน้น...เข็นไปเถอะ แค่มองเห็นไกลๆ ลิบๆ
เข็นมาตั้งนาน ทำไมไม่ถึงจุดพลิกผันเสียทีเว้ย







