
อย่าใช้ของเดิม
เป็นที่ชัดเจนแล้วสำหรับผลการประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เป็นที่ชัดเจนแล้วสำหรับผลการประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความเห็นชอบรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดยสมาชิก สปช. มีมติไม่รับร่างด้วยคะแนน 135 รับ 105 และงดออกเสียง 7 ซึ่งเกิดคำถามตามมาด้วยเหตุอะไรทำไมรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปถึงไม่ผ่าน สปช.
มีการวิเคราะห์ว่าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น เนื้อหาของรัฐธรรมนูญในเรื่องระบบการเลือกตั้ง สส. ที่ได้นำระบบสัดส่วนผสมมาใช้ รวมถึงมีนายกฯ มาจากคนนอกได้
นอกจากนี้ ถือเป็นประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ การมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ หรือ คปป. ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐบาลเลือกตั้ง
ประการสำคัญสุด คือ กระแสคัดค้านจากภาคประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคต
แม้หลากองค์ประกอบให้สมาชิก สปช.ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทว่าเรื่องที่ทุกฝ่ายจับจ้อง คือ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ จะมีโฉมหน้าเป็นเช่นไร หลังชุดเก่านำโดย “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” จบภารกิจไปเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่รัฐบาลมีเวลา 30 วัน เพื่อสรรหากรรมการ 21 คน ขึ้นมายกร่างฯ ใหม่ โดยอยู่ที่การพิจารณาของรัฐบาลจะจัดหาตัวบุคคลได้ลงล็อกตรงสเปกแค่ไหน เพราะเรื่องที่ผ่านมานับเป็นบทเรียนสำคัญ ให้รัฐต้องพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดเสียงทัดทานได้ เพราะหากหยิบใช้บุคคลหน้าเดิมๆ เข้ามาทำงานตรงนี้อีก เชื่อเลยว่าอาจมีเสียงวิจารณ์เล็ดลอดออกมาก่อนเริ่มทำงานโดยไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเริ่มต้นนับหนึ่งเดินหน้าประเทศไทยกันใหม่ รัฐบาลในฐานะผู้นำต้องไตร่ตรองให้รอบด้านที่สุด เพื่อไม่ให้ชาติเสียเวลา เสียโอกาส พัฒนา อย่างไม่คุ้มค่า ไม่เช่นนั้น
ทุบโต๊ะ...เลยว่า บ้านเมืองจะเสียหายหนักกว่าเดิม







