
เขียวสุดซอย
การคว่ำรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำให้บรรยากาศเหมือนกับการปฏิวัติรอบ 2 อย่างไรก็ไม่รู้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การคว่ำรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำให้บรรยากาศเหมือนกับการปฏิวัติรอบ 2 อย่างไรก็ไม่รู้
เพราะทุกอย่างมันย้อนกลับไปเริ่มนับ 1 ใหม่ คล้ายกับหลังปฏิวัติเมื่อปีที่แล้ว
เริ่มตั้งแต่มีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการปรับทีมเศรษฐกิจยกชุด บรรยากาศก็เหมือนกับการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งทีมเศรษฐกิจชุดแรกขึ้นมาเมื่อครั้งก่อน
ขณะเดียวกัน การคว่ำรัฐธรรมนูญจะทำให้ต้องจัดตั้งคณะกรรมการยกร่างขึ้นมาใหม่ มันก็เหมือนย้อนอดีตไปเมื่อปีก่อน ในการจัดตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรอย่างนั้น
หมายความว่า 1 ปีเศษที่ผ่าน เหมือนกับเราเดินกันเป็นวงกลม กลับมาเริ่มที่จุดนับ 1 ใหม่อีก
และแน่นอนว่าจุดเริ่มต้น ก็กลับไปอยู่ในมือของทหารอีกตามเดิม
ทหารจึงยังอยู่ในอำนาจอย่างต่ำอีก 2 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น
เพราะการคว่ำรัฐธรรมนูญของ สปช. จะทำให้โรดแมป หรือเส้นทางการเลือกตั้งแปรเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้งในปลายปี 2559 อย่างที่วางกำหนดเอาไว้
ที่สำคัญทหารจะมีไพ่ในมือที่สามารถเล่นได้หลายหน้า
ทหารจึงเลือกได้ จะพาบ้านเมืองไปยังเส้นทางประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด หรือไปๆ หยุดๆ พักกลางทางนั่งกินน้ำดูทีวีกันทุกวันศุกร์ไปพลางๆ ก่อน
จากนี้ไป จึงจะเห็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ไม่ว่าด้านการเมือง ที่คล้ายจะออกอาวุธกันมากขึ้น หนังตัวอย่างที่เห็นแล้วก็คือการถอดยศ ทักษิณ ชินวัตร ให้เห็นเป็นประจักษ์ และจะมีการขยับในด้านอื่นๆ ให้เห็น อาทิ ปัญหาคอร์รัปชั่น ฯลฯ
ขณะที่ด้านเศรษฐกิจก็จะระดมสรรพกำลังลงไปสู่รากหญ้า ทั้งเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและวางรากฐาน สร้างคะแนนนิยม
ที่มีต่อรัฐบาล
สำนวนกระเป๋ารถสองแถวจึงบอกได้เลยว่า ยาวววววเลยลูกเพ่
งานนี้เหมือนจะตีตั๋วยาวนั่งกันจนสุดซอยจริงๆ







