
คำถามควรรู้ก่อนลงทุนในตลาดหุ้นจีน
ตลาดหุ้นจีนน่าจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกถามถึงมากที่สุด
โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงานบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์
ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนหลายท่านที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยน่าจะมีความเห็นสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันว่าตลาดยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนหลายท่านเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ ในการลงทุน ผมเองเมื่อพิจารณาดูก็พบว่าตลาดหุ้นจีนน่าจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกถามถึงมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ผมจึงขอใช้โอกาสนี้เขียนถึงตลาดหุ้นจีน เพื่อทำให้นักลงทุนเข้าใจการลงทุนในจีนมากขึ้นผมขอเรียกมันว่า 3 คำถามควรรู้ก่อนลงทุนในตลาดหุ้นจีน
คำถามที่ 1 A-Share และ H-Share แตกต่างกันอย่างไร?
ดัชนี A-Share คือ หุ้นที่ซื้อขายเป็นสกุลเงินหยวน ในตลาดหลักทรัพย์เซียงไฮ้ และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
ดัชนี H-Share คือ ตลาดหุ้นที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฮ่องกงแทน โดยซื้อขายกันเป็นเงินสกุลฮ่องกงดอลลาร์ ด้วยมาตรฐานการบัญชีของฮ่องกง ที่มีมาตรฐานสูงกว่าในจีน
คำถามที่ 2แล้วเราควรจะลงทุนใน A-Share หรือ H-Share?
A-Share กับ H-Share แม้ว่าจะสะท้อนความเป็นหุ้นจีนเหมือนกันแต่แนวทางการลงทุนของทั้งสองตลาดกลับแตกต่างกันโดย A-Share: Trading เพื่อทำกำไร
ผมคิดว่าตลาด A-Share เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงซึ่งที่ผ่านมาตลาดมักจะปรับตัวลดลงแรงกับข่าวเกี่ยวกับการควบคุมบัญชีซื้อขายแบบมาร์จิ้น และข่าวเกี่ยวกับการออกหุ้น IPO ทั้งนี้เนื่องจากตลาดหุ้น A-Share มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยมากกว่า 70% และมีแรงเก็งกำไรสูงดังนั้นข่าวที่เข้ามากระทบกับนักลงทุนรายย่อยจึงส่งผลต่อ Sentiment ตลาดค่อนข้างมาก ผมคิดว่าตลาดนี้เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (Trading) เท่านั้น
H-Share:ลงทุนระยะปานกลางถึงยาว
ถ้านักลงทุนต้องการลงทุนในระยะปานกลางถึงยาว ผมคิดว่าการลงทุนใน H-Share น่าจะตอบโจทย์มากกว่าตลาด A-Share ด้วย Valuation ที่ถูกกว่า โดยตลาด H-Share มีการซื้อขายในระดับP/Eที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีย้อนหลัง โดยค่า P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 9.59 เท่า เมื่อเทียบกับค่า P/E +2SD ที่ 14.78 เท่า โดยการคาดการณ์จาก Consensus ของ Bloombergได้มีการประมาณ Upside ไว้ที่ประมาณ 18% (Data as of 24 Jun 15)
คำถามที่ 3 กลยุทธ์การลงทุนในจีนช่วงนี้ต้องทำอย่างไร
ผมขอแบ่งกลุ่มผู้ลงทุนเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก กลุ่มที่ลงทุนในต้นทุนที่สูงไปแล้ว กลุ่มสอง กลุ่มลูกค้าที่ลงทุนไปแล้วและมีกำไร และกลุ่มสาม กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้ลงทุนในหุ้นจีนเลย
กลุ่มที่ 1: ถ้านักลงทุนที่ลงทุนใน A-Share และมีต้นทุนที่สูง นักลงทุนต้องพิจารณาดูตลาดอย่างระมัดระวังเพราะตลาด A-Share บางวันเคลื่อนไหวได้มากกว่า 5% ดังนั้นต้องจับจังหวะการเข้าซื้อเพื่อเฉลี่ยต้นทุน ส่วนนักลงทุนที่มีต้นทุน H-Share ที่สูงอาจจะพิจารณาทยอยลงทุนเพิ่มและถือระยะยาวขึ้น
กลุ่มที่ 2: นักลงทุนที่ลงทุนใน A-Share ไปแล้วและมีกำไรควรจะทยอยขายทำกำไรออกมา และปรับพอร์ตให้เป็น H-Share แทน โดยปรับกลยุทธ์เป็นถือระยะปานกลางถึงยาว
กลุ่มที่ 3: ในกรณีที่ยังมีมีหุ้นจีนในพอร์ต นักลงทุนควรพิจารณาลงทุนใน H-Share เนื่องจากความผันผวนที่ต่ำกว่า A-Share และ Valuation ที่ดีกว่า
โดยสรุปผมคิดว่าตลาดหุ้นจีนยังคงมีความน่าสนใจ แม้เศรษฐกิจจีนโดยภาพรวมยังถือว่ามีความเปราะบาง แต่ปัจจัยหลักที่จะมาผลักดันตลาดหุ้นก็คือความคาดหวังต่อนโยบายเศรษฐกิจจากทางการจีนซึ่งที่ผ่านมาเราจะเห็นทางการจีนมีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาตลอด เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และการปรับลดอัตราเงินสำรอง RRR เป็นต้น
นอกจากนั้น นักลงทุนต้องทราบถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่จะเข้าไปลงทุนด้วย กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจีนมีหลายแบบให้เลือกทั้ง A-Share และ H-Share ดังนั้นเราต้องตั้งเป้าหมายก่อนว่าเราต้องการลงทุนระยะยาวหรือต้องการซื้อขายแบบเก็งกำไรระยะสั้น
ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จในการลงทุนนะครับ







