posttoday
หุ้นมวลชน ระดมทุนออนไลน์

หุ้นมวลชน ระดมทุนออนไลน์

11 มิถุนายน 2558

โดย : เสาวนีย์ สุวรรณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน ก.ล.ต.

โดย : เสาวนีย์ สุวรรณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน ก.ล.ต.

สมัยนี้มีอะไรบ้างที่ทำทางออนไลน์ไม่ได้ การระดมทุนก็เช่นเดียวกัน จากการที่ SMEs ประสบอุปสรรคในการหาทุนหลังจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจหลายครั้ง การระดมทุนจากประชาชนหรือมวลชนทางออนไลน์จึงเกิดขึ้นเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หากคุณจะอยู่ในฐานะผู้ลงทุนที่สนใจ มีหลายอย่างที่คุณต้องรู้และเข้าใจเสียก่อน

การระดมทุนทางออนไลน์ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น (1) แนวรับบริจาค ผู้ร่วมทุนโอนเงินให้แล้วไม่หวังจะได้อะไรตอบแทน (2) แนวหาเงินไปคิดค้นและผลิตงานนวัตกรรม โดยสัญญาจะให้ผลิตภัณฑ์แก่ผู้ร่วมทุนไปลองใช้(3) แนวยืมเงิน ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยให้แก่เจ้าของเงิน และ (4) ระดมทุนแล้วให้หุ้นแก่ผู้ร่วมทุน (Equity crowdfunding) โดยให้มีส่วนร่วมในกำไรหรือขาดทุนของกิจการ รูปแบบEquity crowdfunding นี้ที่ ก.ล.ต. มีกฎเกณฑ์ออกมาดูแล

Equity crowdfunding มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 5ฝ่าย(1) ผู้ให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า Funding Portal (“FP”)ซึ่งมีเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นและระบบงานพร้อมจะให้บริการแก่กิจการที่ต้องการระดมทุน(issuer)ในการนำข้อมูลมาแสดง และให้บริการผู้ลงทุนที่จะมาจองซื้อหุ้น รวมถึงมีที่ให้ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อสงสัยกับกิจการที่ระดมทุนได้ ผู้ให้บริการ FP นี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.  (2) กิจการที่ต้องการระดมทุน เป็นได้ทั้งบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด โดยต้องนำโครงการหรือธุรกิจไปให้ FP กลั่นกรองก่อน และหากเสนอขายหุ้นต่อผู้ลงทุนรายบุคคลวงเงินที่จะระดมทุนต้องไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยการเสนอขายครั้งแรกต้องไม่เกิน 20 ล้านบาท แต่หากเสนอขายให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนที่มีความรู้มีประสบการณ์จะไม่จำกัดวงเงิน การระดมทุนนี้ใช้หลัก All or Nothingคือ ถ้าไม่ได้จำนวนเงินที่ระบุภายในเวลาที่กำหนด จะต้องยกเลิกการเสนอขาย

(3) ผู้ลงทุน ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนรายบุคคลจะมี investment limit โดยสามารถลงทุนได้ในกิจการละไม่เกิน 5 หมื่นบาท และลงทุนในทุกกิจการที่ระดมทุนแบบนี้ได้ไม่เกิน 5 แสนบาทในรอบ 12 เดือนผู้ลงทุนที่สนใจต้องสมัครเป็นสมาชิกของ FP และทำแบบทดสอบความรู้เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจความเสี่ยง รวมถึงต้องแจ้ง investment limit ให้ FP รู้ด้วย ผู้ลงทุนมีสิทธิยกเลิกการจองซื้อหุ้นได้ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนปิดเสนอขาย (4) Escrow agent เป็นสถาบันการเงินที่ FP ตั้งขึ้นทำหน้าที่รับเงินและถือเงินจองซื้อหุ้นของผู้ลงทุนไว้ หากระดมทุนได้สำเร็จก็จะโอนเงินไปให้กิจการ แต่หากไม่สำเร็จจะต้องคืนเงินให้ผู้ลงทุน  และ (5) นายทะเบียนหลักทรัพย์ มีหน้าที่จัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นให้เป็นปัจจุบันเพื่อความถูกต้องในการแสดงความเป็นเจ้าของ

สิ่งที่ผู้ลงทุนรายบุคคลต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน
1. ผู้ลงทุนแต่ละคนมี investment limit เพื่อจำกัดความเสียหายของตัวผู้ลงทุนเอง
2. ผู้ลงทุนต้องทำแบบทดสอบความรู้ก่อนการลงทุน ซึ่งการทำแต่ละครั้งมีอายุ 3 เดือน
3. กิจการที่มาระดมทุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จึงมักต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะทำกำไร และมีความไม่แน่นอนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงต่อเงินลงทุน
4. การเสนอขายหุ้นของกิจการที่ระดมทุนผ่าน FP ที่ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ ถือว่าได้รับความเห็นชอบเป็นการทั่วไปและได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นข้อมูลให้ ก.ล.ต. พิจารณา  ดังนั้น หากกิจการแสดงข้อมูลที่ไม่เป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ผู้ลงทุนจะไม่สามารถฟ้องร้องกิจการด้วยกฎหมายหลักทรัพย์ได้ แต่ยังคงมีสิทธิฟ้องร้องตามกฎหมายหลักอื่น เช่น ฟ้องแพ่ง
5. ผู้ลงทุนอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนเงินให้แก่ Escrow agent
6. หากถือหุ้นอยู่และต้องการขายออกอาจทำไม่ได้ง่าย ผู้ลงทุนสามารถทำได้เฉพาะการขายให้แก่บุคคลอื่นไม่เกิน 50 คนในรอบ 12 เดือน และจะโฆษณาในที่ใดๆ รวมถึงประกาศขายที่เว็บไซต์ของ FP ไม่ได้
7. อาจพบเห็นการระดมทุนคล้ายๆ แบบนี้ในเว็บไซต์ทั้งของไทยและของต่างประเทศ ผู้ลงทุนต้องตรวจสอบก่อนว่า เว็บไซต์นั้นได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. หรือไม่ เพื่อป้องกันการหลอกให้โอนเงิน (เช็คที่ www.sec.or.thหรือ โทร 1207)

การระดมทุนรูปแบบนี้มักจะสำเร็จเพราะมีคนรักคนชอบในโครงการหรือผลิตภัณฑ์ของกิจการที่ระดมทุนจึงยินดีโอนเงินไปร่วมทุน ก็ขอฝากทิ้งท้ายไว้ว่า การลงทุนรูปแบบนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนจึงต้องแน่ใจว่ารับความเสี่ยงได้ และต้องรู้ว่าจะศึกษาและติดตามข้อมูลของกิจการได้ที่ไหนและอย่างไร ผู้สนใจสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.start-to-invest.com>>Equity Crowdfunding ค่ะ

“ก.ล.ต.อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก