
ความเข้าใจผิด 5 ประการเกี่ยวกับการเกษียณ
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงานบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงานบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนถึงเรื่องของการปรับพอร์ตในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผมมองว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์จะสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ สิ่งที่ผมได้เขียนถึงนั้นเป็นแนวทางการลงทุนโดยเราใช้สภาวะตลาดเป็นโจทย์ ในครั้งนี้ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองปรับมุมมองใหม่ โดยเราเปลี่ยนจากเดิมที่ใช้สภาวะตลาดเป็นโจทย์ เป็นใช้เป้าหมายเป็นโจทย์แทน โดยโจทย์ของเราคือเรื่องการเกษียณ และต่อไปนี้คือ ความเข้าใจผิด 5 ประการเกี่ยวกับการเกษียณ
ความเข้าในผิดที่ 1: การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของคนแก่
หลายคนเข้าใจกันว่าเราต้องการวางแผนเกษียณตอนช่วงอายุเลย 50ไปแล้ว เพราะอีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณ แต่แท้ที่จริงแล้ว การวางแผนเกษียณจะต้องทำกันตั้งแต่ช่วงวัยทำงาน ยิ่งวางแผนเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF) ยิ่งลงทุนนานยิ่งสามารถทำให้เรารับสิทธิประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความเข้าในผิดที่ 2: ถ้ายังไม่แก่ไม่ต้องซื้อ RMF
โดยธรรมชาติของนักลงทุน มักต้องการผลตอบแทนที่เร็ว หรือ ถ้าสามารถสร้างสภาพคล่องที่สั้นได้ก็จะดี ดังนั้น กองทุนไหนก็ตามที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถนำเงินมาใช้ได้ก็มักไม่เป็นที่นิยม ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้กองทุน RMF ซึ่งมีเงื่อนไขการขายคืนว่าผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและถือจนกระทั่งอายุ ไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก ซึ่งจริง ๆ แล้วกองทุน RMF มีประโยชน์กับนักลงทุนอย่างมากนักลงทุนควรจะพิจารณาลงทุนตั้งแต่ช่วงอายุน้อย ๆ
ความเข้าในผิดที่ 3: คิดว่าหลังเกษียณค่าใช้จ่ายก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่
ด้วยความที่ใช้เงินตาม Life Style ของตัวเอง บางครั้งเราอาจจะคิดว่าค่าใช้จ่ายที่เราประเมินหลังเกษียณน่าจะไม่แตกต่างจากช่วงที่เราทำงานมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงอาจจะไม่เป็นแบบนั้น มีนักลงทุนหลายคนพบว่าตัวเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม เช่น ช่วงวัยทำงานมีรถประจำตำแหน่ง พอหลังจากเกษียณแล้วก็ต้องซื้อรถเอง ค่ารักษาพยาบาลที่สามารถเบิกได้ช่วงทำงานก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาจ่ายเองเป็นต้น ซึ่งรายจ่ายที่เราคาดไม่ถึงนั้นจะทำให้การวางแผนเกษียณของเราผิดไปจากที่เคยวางเอาไว้
ความเข้าในผิดที่ 4: คิดว่าประกันสังคมไม่ได้ช่วยอะไรหรอก
ประกันสังคมเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่เราควรศึกษา ตัวอย่างเช่น เราอาจจะได้รับเงินบำนาญชราภาพซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน (ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพ มาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ครบอายุ 55 ปี และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงจะได้รับเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th ดังนั้น ผลประโยชน์หลาย ๆ อย่างที่ประกันสังคมมีให้เราก็ควรจะศึกษาเอาไว้ด้วย
ความเข้าในผิดที่ 5: เกษียณแล้วก็นั่งในห้องค้าหาค่าขนมกินก็ได้
ความเชื่อนี้ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า นักลงทุนสามารถลงทุนเทรดหุ้นแล้วได้กำไรทุกวันซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การลงทุนในหุ้นต้องอาศัยความเข้าใจทั้งภาพรวมเศรษฐกิจ ภาพรวมตลาด งบการเงิน ตลอดจนเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยเวลาเรียนรู้
นอกจากนั้น นักลงทุนควรตระหนักว่าเมื่อเราอยู่ในวัยเกษียณ ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงอาจจะลดลง เงินที่พร้อมเสี่ยงกับสินทรัพย์ประเภทหุ้นอาจจะมีไม่มากนัก ดังนั้น นักลงทุนต้องเรียนรู้ที่จะลงทุนในตราสารอื่น ๆ ที่อาจจะมีผลตอบแทนที่คาดหวังต่ำกว่าหุ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเช่นกัน
ที่ผมได้กล่าวมานั้นถือว่าเป็น 5 ความเชื่อที่มักเข้าใจกันผิดบ่อย ๆ ผมเชื่อว่าการที่เราเริ่มวางแผนเกษียณกันตั้งแต่ช่วงอายุน้อยจะทำให้เราได้เปรียบในการลงทุนอย่างมาก ทั้งเรื่องของเวลาการลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และ การเริ่มต้นเร็วก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนเริ่มศึกษาหาข้อมูลการลงทุนตั้งแต่อายุที่น้อยซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ ท้ายสุดนี้ผมขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านประสบความสำเร็จจากการลงทุน กิจการงานของตัวเองและมาเริ่มวางแผนเกษียณกันนะครับ
สวัสดีครับ







