
สิ่งที่น่ากังวลในระยะสั้น?
โดย เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอกการลงทุน
โดย เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอกการลงทุน
สิ่งที่หน้ากังวลในระยะสั้นสำหรับการมองตลาดหุ้นไทย ไม่ใช้การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง หรือ ขึ้นไม่ไหวเมื่อ SET INDEX ขึ้นไปเพดานที่ 1500-1520 หรือแม้กระทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว แต่สิ่งที่น่ากังวลกับเป็นเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งก่อนหน้านี้ในการเสพข้อมูล ต้องยอมรับว่า ต้องรับรู้ข้อมูลและไปคิดต่อ
ยกตัวอย่างง่ายๆ คำถามที่ทุกคนชอบถามก็คือ คำถาม ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยปีนี้จะโตเท่าไร ?จะพบว่า คำตอบที่เราได้รับ หลายครั้งไม่ตรงกัน โดยเฉพาะในตัวเลขการปรับตัวสูงขึ้น บางครั้งบอกว่า ปี 58 บริษัทจดทะเบียนจะโต 30% ,บางครั้งบอกว่า จะโตเล็กน้อย ,บางครั้งบอกว่า จะโตมากถ้าไม่รวมการขาดทุนใน สต๊อกน้ำมัน เป็นต้น เหตุผลที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ก็คือ การรายงานคนละมุมกัน เช่นการมองบริษัทที่โตมากๆ มองเฉพาะบริษัทที่มีการครอบคลุมในการวิเคราะห์ การนำเสนอการโตมองคนละฐานการเปรียบเทียบ ฯลฯ
แต่สิ่งที่ผมกังวลในระยะสั้นกลับเป็นการคาดการณ์ผลประกอบการปีนี้ ไม่ว่า ใครเคยคาดการณ์เท่าไร ก็มีการปรับลดประมาณการณ์ลงมาแทบทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการมองตลาดหุ้นว่า ราคาถูกหรือแพงในเชิง PE จะทำให้ราคาหุ้นไม่ถูกลงทั้งๆ ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมา (P ลง แต่ E ลงด้วย ทำให้จำนวนเท่าไม่ลดลง) ซึ่งนั้นก็หมายถึงการที่เราเคยคำในตัวเลข SET INDEX เท่าไรว่า ถูก เมื่อลงมาจริง และผลประกอบการปรับตัวลดลงอาจจะไม่ถูกก็ได้ ! ซึ่งประเด็นนี้ จะทำให้เราต้องพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจหรือทิศทางของเศรษฐกิจซึ่งส่วนใหญ่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะมีการล้อกัน เศรษฐกิจดี บริษัทกำไรดี เศรษฐกิจไม่ดี บริษัทกำไรลดหรือขาดทุนเพราะฉะนั้น การตั้งเป้าหมายขาลงที่ 1400 จุด ณ.จุดนี้ไม่น่าเกินเลย!
สิ่งที่ต้องติดตามต่อเมื่อความสำคัญเกิดจากเรื่องการปรับตัวลดลงของผลประกอบการก็คือ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน หรือ พูดให้เห็นภาพก็คือ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มพลังงานเหตุผลก็เพราะหุ้นกลุ่มนี้ มีน้ำหนักต่อ SET INDEX อันดับหนึ่ง และผลของรายได้ของหุ้นกลุ่มนี้ มีผลผูกพันเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศไม่มากนัก เพราะเป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ผลการขึ้นลงของราคาน้ำมันมีสูงมากกว่า จึงน่าจะมองได้ว่า หุ้นกลุ่มพลังงานน่าจะเป็นตัวแปรในการประเมินภาพรวมตลาด หรือ คาดการณ์ให้ฟันธงที่แคบกว่าเดิม ก็คือ กรณีตลาดหุ้นจะไม่ลง หุ้นกลุ่มพลังงานต้องมีการปรับตัวสูงขึ้น
บทสรุป ของบทความวันนี้ ยังมองว่า ตลาดระยะสั้นยังเสี่ยง ซึ่งกรณีกลับไปแนวคิดเดิม ที่เคยนำเสนอ ก็คือ ปี 58 q1 เป็นไตรมาสที่เปาะบางทางเศรษฐกิจ ,q2 เป็นไตรมาสตั้งหลัก และ หวังลุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะฉะนั้น กลยุทธ์ในการลงทุนไตรมาส 2 ต้องเป็นการ “ซื้อเมื่อถูกเท่านั้น” ซึ่งน่าจะหมายถึง ตัวเลข SET INDEX ที่ 1400 จุด เป็นเป้าหมายที่เราคาดหวังว่า จะซื้อ ยกเว้นการปรับตัวสูงขึ้นของกลุ่มพลังงาน ที่อาจจะทำให้แนวคิดนี้ เปลี่ยนแปลงได้ ?
หมายเหตุ เปิดสัมมนาการลงทุน "เทคนิคพิชิตหุ้น ตอน เคล็ดลับแมงเม่าสำราญ" วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2558 เวลา 9.00 น. – 17.00 น. ณ.ห้องออดิทอเรียม ชั้น 1 สมาคมธรรมศาสตร์ สนใจ ติดต่อ ที่ 0817838888 หรือ จองได้ที่ http://www.aekinvestment.com/seminar-booking เนื้อหาสัมมนา ก็คือ การสอนเคล็ดลับการลงทุนเพื่อให้ชนะตลาด และรวมหุ้นเด็ด เพื่อชนะตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง







