
โรงเรียนแห่งอนาคต ตอนที่ 1
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
คราวก่อนผมค้างเรื่องโรงเรียนที่จะสอนเด็กคนนึงให้เก่งระดับเทพ เอาว่าแบบจบมาแล้วเป็นเจ้าของกิจการ หรือ ไม่ก็เป็นลูกจ้างระดับเงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน แล้วนายจ้างแย่งตัว
อย่างที่เราทราบกันว่า เดี๋ยวนี้เด็กจบใหม่ หางานไม่ได้ เงินเดือนหมื่นห้า หางานไม่ได้ ไม่มีบริษัทไหนอยากจ้าง (หลายๆ บริษัทบอกว่า เดี๋ยวนี้เด็กจบใหม่ เรียนแบบท่องจำ อีโก้สูง ทำงานไม่เป็น ไม่อึด เลยไม่อยากจ้าง)
..แต่คนเงินเดือนแสน เงินเดือนล้าน พวกนี้ไม่เคยตกงาน ..หัวกระไดบ้านเขาไม่เคยแห้ง เพราะบริษัทต่างๆ แข่งกันแย่งตัว เพื่อจะจ่ายเงินเดือนสูงๆ กับคนเหล่านี้
คุณรู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่ คิดว่า คนที่เงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน ต้องจบต่างประเทศ ต้องเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ ..ไม่จำเป็น ผมรู้จักคนเหล่านี้เยอะมาก ..เงินเดือนหลายแสน พ่อแม่ยากจน ส่งตัวเองเรียนรามคำแหง ..ฝึกภาษาอังกฤษ ไต่เต้าเอง ..วันนี้เงินเดือนเขาหลายแสน เป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทข้ามชาติ
..เขาบอกผมว่า “พวกปริญญาโท เอก ลูกน้องกรูทั้งนั้น ..เด็กพวกนี้ดีอย่างเดียว ดีแต่ปาก และ ก็ดูดี (มันหล่อ พ่อมันรวย) แต่พอเจองานหนัก ลาออก ..ทำงานไปสักพัก ลาออก ..เรียนต่อ เรียนปริญญามันเข้าไปสามสี่ใบ ..งานไม่ทำ เรียนมันอยู่นั่นแหละ ..ให้โจทย์ง่ายๆ มันยังคิดหาคำตอบไม่ได้ บอกอาจารย์ไม่ได้สอน นอกตำรา ไม่มีในตำรา ..ไอ้เด็กเป็ด!!”
เพื่อนอีกคนที่ผมรู้จัก ไอ้นี่สร้างธุรกิจเอง วันนี้ธุรกิจมันใกล้พันล้านแล้ว ..มันบอกผมว่า “โคตรเซ็งเด็กรุ่นใหม่ ..คิดก็ไม่เป็น งานหนักก็ไม่สู้ ..มันหาแต่ทางสำเร็จง่าย สำเร็จเร็ว แค่นั้น ..อยากได้อะไรง่าย อะไรเร็วๆ” ..คุณรู้ไหมว่า ทางแก้ของเพื่อนผมคนนี้ เขาจัดการเรื่องคนอย่างไร ..ถูกต้อง!! ตัดคนออกไปให้มากที่สุด แล้วเอาหุ่นยนต์มาแทน เอาเครื่องจักรมาแทน
มันบอกผมว่า ยิ่งสร้าง Automate ให้กับธุรกิจเท่าไหร่ ใช้คนน้อยลงเท่าไหร่ ยิ่งเป็นธุรกิจที่สร้าง Passive Income คือ “กระดิกเท้าหาเงินนั่นเอง” ..ไม่ต้องสงสัยครับ เพื่อนผมคนนี้ บ้านมันไม่ได้รวย มันโคตร Self-Made สองตีนเปล่าสร้างตัว แล้วที่เด็ดคือ มันไม่ต้องสู้ชีวิตแบบอาเหลียง มาเป็นจับกังแล้วไต่เต้า
ไม่เลยครับ ..ไอ้นี่ สู้ในความคิด ..สมองมัน ผมต้องยกนิ้วให้ ..ผมว่าผมคิดเก่งแล้ว เจอมันเข้าไป มัน Auto คือ ยืมสมองคนอื่นคิด แล้วอะไรดี มันสร้างระบบให้เป็นออโต้ ..ผมคุ้นๆ ว่า แนวคิดที่ว่านี้มันมาจากไหน ..ถูกต้อง !! นี่คือ แนวคิดของ Entrepreneur แถว Silicon Valley นั่นแหละครับ
เอาอย่างงี้ดีกว่าครับ ที่ผมเล่ามาหลายๆคน คงอยากรู้แล้วว่า คนทั้งสองคนนี้ ที่ผมเล่า มีวิธีคิด และ วิธีการอย่างไร ที่จะเดินมาถึง จุดที่เขาเป็น ..แน่นอน ทั้งสองไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ปีละล้านแบบเด็กสมัยนี้ แต่วิธีการเรียนของเขาคือ Street Smart คือ “ถนนกรูเท่” (เรียนจากประสบการณ์ และใจถ่อม ที่เปิดกว้างให้กับความรู้)
โอเค!! เรามาเริ่มบทเรียนที่หนึ่ง .. “เงินเดือนล้าน” เขาเริ่มอย่างไร
บทเรียนที่หนึ่ง “คิดและทำเหมือนคนอื่น” ..อันนี้หลักเริ่มต้นเลย คือ ก่อนที่เราจะเรียนรู้อะไรก็ตาม มันต้องเลียนแบบ ต้องมีแบบอย่างในการเดินทางเริ่มต้น
ชีวิตคือ การเดินทางและเรียนรู้ ..ในโลกนี้ลองสังเกตจะพบว่า คนเก่งๆ คือ คนที่เดินทางมากกว่า ..ใช่!! เดี๋ยวนี้จะเห็นฝรั่ง Back Pack กันรอบโลกก่อนทำงานด้วยซ้ำ
..เรื่องการเดินทางหลายคนมองว่าไร้สาระ แต่ผมว่า Samsung ให้มุมมองเรื่องนี้ไว้ดี ในเรื่องของ การเลียนแบบ และ เดินทางต่อ จนสวนทวาร Apple
..เริ่มจากลอกการบ้าน แต่หลังจากนั้น ต้องเดินต่อ และ สร้างองค์ความรู้ของตัวเราเอง
คนเราก่อนจะ “คิดเป็น” มันต้องฝึก “คิดตาม” แล้วค่อยๆ ต่อยอด
ปัญหาของคนรุ่นใหม่ ชอบคิดไปเองว่า ในโลกนี้มีสุดยอดวิชา หรือ สูตรสำเร็จ ..จริงๆ ไม่มีหรอกครับ แต่มี “เครื่องมือสู่ความสำเร็จ” อันนี้มี
วันนี้องค์ความรู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่บน Internet ดังนั้น การจะ “คิดและทำเหมือนคนอื่น” ต้องฝึกหาความรู้จาก Internet ...ใช่!! “ภาษาอังกฤษ” เป็นอย่างแรกที่ต้องมี ดังนั้น ก่อนอื่นต้องอ่าน และ เขียนภาษาอังกฤษให้ได้ เพราะ นี่คือ เครื่องมือสำคัญในการเดินทางหาความรู้ “The Tools”
อย่างที่เคยเล่าให้ฟังเรื่อง Khan Academy ที่ใครๆ ก็สามารถเรียนได้เหมือนลูก Bill Gates ถ้าเข้า Internet ได้ แล้วฟัง ภาษาอังกฤษออก ..เราจะเห็นว่า ทำไมคนแขกฉลาด(ตีงู หรือ ตีแขก?) ..ผมว่า “คนแขก” เขาฉลาดที่สอนลูกให้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแห่ง Education “องค์ความรู้ต่างๆ ของมนุษย์โลก ส่วนใหญ่บันทึกไว้ในภาษาอังกฤษ” ...แต่อย่าเข้าใจผิดว่า ต้องเรียนให้ Grammar เป๊ะ แบบเด็กไทย ..ไม่ใช่เลย !! การเรียนภาษาอังกฤษ ไม่ต้องเรียนให้เป็นครูสอนภาษา เรียนให้อ่านออกเขียนได้ เดี๋ยวพออ่านไปเรื่อยๆ ก็เก่งเอง (วันนี้มีภาษาจีนด้วย แต่เอาอังกฤษ อย่างแรกให้รอดก่อนนะ..อิ อิ)
ผมเซ็งมากๆ กับ ระบบที่สอนให้เด็ก Perfect แบบในโรงเรียน คือ สอนให้เด็กท่องคำตอบ จากนั้น ก็ออกข้อสอบ ทดสอบความจำ ..แย่ที่สุด!!
ชีวิตจริง การทำงาน มันไม่เคยมีคำตอบให้เรา มีแต่ให้โจทย์ แล้วเราต้องไปหาคำตอบเอง ..ดังนั้น ฝึกใหม่ “ฝึกตั้งคำถาม” ..ไอ้เรื่องท่องจำ ไม่ต้องไปฝึก ใช้ Google Search มันจำให้ เราต้องเรียนรู้เรื่อง Man & Machine ..หลายคนพูดว่าอีกหน่อย หุ่นยนต์จะครองโลก มนุษย์จะสูญสิ้น ..ผมเถียงคอเป็นเอ็น ไม่จริงเลย ..ลองคิดดูซิครับว่า จริงๆ มีอะไรที่หุ่นยนต์ทำได้ดีกว่าคน และ ก็มีบางเรื่องที่คอมพิวเตอร์และคน ทำได้ดีกว่า นั่นแหละ บทเรียนที่สอง ..Man & Machine Mastering !!







