
จัดพอร์ตให้ปลอดภัยในทุกภูมิประเทศ (All terrain portfolio)
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหารสายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหารสายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุก ๆ ท่าน ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายท่านคงได้รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการปรับลดประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากทั้งทางธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำการปรับลดประมาณการณ์จีดีพีไทยในปีนี้จากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 3.8 ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าอาจมีการปรับลดการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนลง ซึ่งแน่นอนข่าวสารเหล่านี้ต่างก็สะท้อนอยู่ในความผันผวนของตลาดหุ้นไทย รวมถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุน
วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงการลงทุนและการจัดพอร์ตของนักลงทุนที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองทั้งภายในและต่างประเทศ ก่อนอื่นผมอยากเปรียบเทียบการจัดพอร์ตการลงทุนนี้กับการเดินทางไกลของนักลงทุน ซึ่งมีความเหมือนกันในหลายประการนับตั้งแต่การกำหนดจุดมุ่งหมายของการเดินทาง ซึ่งก็เหมือนกับการตั้งเป้าหมายของการลงทุน การกำหนดเส้นทางรวมถึงพาหนะที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางบก ทางทะเล ทางอากาศ พาหนะที่ใช้ในการเดินทางย่อมแตกต่างกัน เช่นเดียวกับการลงทุนที่ต้องมีสินทรัพย์และน้ำหนักที่นักลงทุนจัดสรรในพอร์ต ที่ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ เช่นเมื่อเศรษฐกิจดีผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นย่อมดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ เป็นต้น แต่หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีผลก็จะตรงกันข้าม
ประเด็นถัดมาหลังจากที่มีการกำหนดจุดหมายของการเดินทางและการกำหนดเส้นทางหรือการจัดน้ำหนักการลงทุนในพอร์ตคือการปรับเปลี่ยนเส้นทางกรณีที่มีเหตุการที่เปลี่ยนแปลงไปหรือที่ไม่อยู่ในการควบคุม เช่น เกิดพายุในระหว่างที่เราเดินทาง หากเรายังใช้เส้นทางเดิมอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เราควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือหาที่หลบพายุก่อน ซึ่งก็เหมือนกับที่เราต้องทำการปรับน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นเช่นหากเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลางหรือการเกิดวิกฤติทางการเงิน ซึ่งแน่นอนจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนในการลงทุนในหุ้นทั้งในและต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่มีการปรับน้ำหนักเราอาจสามารถเดินทางถึงจุดหมายได้แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แต่ถ้าเราปรับน้ำหนักการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยย่อมช่วยทำให้พอร์ตของเรามีความมั่นคงขึ้น
เราลองมาดูว่าถ้าเราต้องการสร้างพอร์ตที่สามารถนำพาเราไปสู่เป้าหมายทางการเงินภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เราลองเรียกพอร์ตนี้ว่า พอร์ตการลงทุนในทุกภูมิประเทศ (All terrain portfolio)
อันดับแรก คือ การกำหนดเป้าหมายแน่นอน ถ้าเราไม่ต้องการผลตอบแทนที่สูงมากเราอาจเลือกพอร์ตที่ลงทุนแต่ในพันธบัตรรับบาลอย่างเดียวซึ่งพอร์ตนี้ย่อมมีความปลอดภัยไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แต่นักลงทุนส่วนใหญ่มักต้องการพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งแน่นอนย่อมต้องมีการลงทุนให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน การวางแผนการลงทุนที่ดีจะมีส่วนช่วยทำให้เราสามารถบรรลุถึงผลตอบแทนที่ต้องการภายใต้ความเสียงที่ดีขึ้นกว่าพอร์ตที่ลงทุนแบบไม่มีการวางแผนมาก่อน
ประการที่สอง คือ การกำหนดสินทรัพย์ที่ลงทุน ซึ่งในกรณีพอร์ตการลงทุนในทุกภูมิประเทศนี้ต้องประกอบด้วยสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกันตั้งแต่
1.สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ซึ่งจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อต้องลงทุนผ่านภาวะที่เศรษฐกิจหรือการเมืองมีความผันผวนสุง เช่นกองทุนตลาดเงิน และกองทุนพันธบัตรรัฐบาล
2.หลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอนแต่มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคามากขึ้น เช่น กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบางครั้งยังรวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง การลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุน แต่อาจสร้างความผันผวนหากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้
3.หลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่มีความผันผวนสูง ในส่วนนี้ผมขอเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศนะครับ ซึ่งในภาวะปัจจุบันจะเป็นตัวอย่างที่ดีมาก คือ นับแต่ต้นปีมาตลาดหุ้นไทยมีความเปราะบางจากข่าวเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างมากในขณะที่ตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้วยังให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ ดังนั้น หากเราไม่มีการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว พอร์ตการลงทุนของเราอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
4.การลงทุนทางเลือกอื่น ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างผลตอบแทนที่ดีในบางภาวะ เช่น การลงทุนในทองคำ จะให้ประโยชน์ในกรณีการเกิดสงครามหรือความตึงเครียดระหว่างภูมิภาค เช่นเดียวกับการลงทุนในน้ำมัน หรือยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติการลงทุนในกลุ่มสินค้าเกษตรย่อมเป็นการสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการที่ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนั้น การลงทุนในกลุ่มนี้อาจรวมถึงการลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตทั้งจากการชอร์ต (Short) หรือลอง (Long) นอกจากนั้น เราอาจนับรวมการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์ที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ท้ายเป็นเรื่องการจัดน้ำหนักลงทุนซึ่งปรกติจะมีการใช้ข้อมูลในอดีตมาเป็นข้อมูลในการให้น้ำหนักที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่เราต้องการ รวมถึงการปรับน้ำหนักสินทรัพย์ลงทุนหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้น ซึ่งในโอกาสหน้าเราคงมีโอกาสในการพูดถึงในรายละเอียดในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน และขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน สวัสดีครับ







