
เวลา ความเสี่ยง และการปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุน
การลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าความเสี่ยงของตราสารที่นักลงทุนยอมรับได้ นั่นคือ “ระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้” เพราะเป็นเงื่อนไขที่ผูกพันกับความเสี่ยง และอยู่นอกเหนือการควบคุม
โดย...เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® บลจ.บัวหลวง
การลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าความเสี่ยงของตราสารที่นักลงทุนยอมรับได้ นั่นคือ “ระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้” เพราะเป็นเงื่อนไขที่ผูกพันกับความเสี่ยง และอยู่นอกเหนือการควบคุม
ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง อายุยังน้อย ชอบเล่นหุ้น ต้องการเก็บเงินไว้ดาวน์บ้านอีก 6 เดือนข้างหน้า จะเก่งแค่ไหน ก็ไม่ควรลงทุนหุ้น เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ไม่เหลือเวลาให้แก้ตัว ขณะที่ผู้รับความเสี่ยงได้น้อย แต่เก็บยาวไว้รอเกษียณในอีก 20 ปีข้างหน้า จะกลัวหุ้นแค่ไหน แบบนี้ก็ขอยังแนะนำให้มีหุ้นไว้บ้าง เพราะมิฉะนั้นจะเสียโอกาสในการลงทุน
ไม่มีสูตรตายตัวว่าระยะเวลาลงทุนนานแค่ไหนถึงควรจะมีหุ้นไว้ในพอร์ต โดยทั่วไปเวลาลงทุนที่ยาวขึ้นก็สามารถลงทุนในหุ้นได้มากขึ้น แต่จะลงทุนเป็นสัดส่วนแค่ไหน ก็ค่อยดูเรื่องอื่นๆ ประกอบ เช่น การยอมรับความเสี่ยงเฉพาะตัว ระดับความสำคัญของเป้าหมายที่จะเก็บออม ความรู้ความเข้าใจเรื่องหุ้นของผู้ลงทุน เป็นต้น
ระยะเวลาการลงทุน โดยทั่วไปอาจแบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ ระยะสั้น (0-3ปี) ระยะกลาง (3-7ปี) และระยะยาว (7ปีขึ้นไป)
การลงทุนระยะสั้นต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุนในหุ้นให้มาก เพราะหากเกิดปัญหาจะไม่มีเวลาให้แก้ตัว ยิ่งในปัจจุบันที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง มีปัจจัยทั้งในประเทศและนอกประเทศมาเกี่ยวข้องมากมาย ที่ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก
เวลาการลงทุน 3ปี สำหรับหลายๆ คนอาจคิดว่ายาวเกินพอที่จะลงทุนในหุ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ลงทุนจะมีเวลาลงทุนไป 3 ปีไปตลอด เมื่อผ่านไป 1 ปี เวลาสำหรับลงทุนจะเหลือแค่ 2 ปี เมื่อผ่านไป 2 ปี ก็เหลือเวลาลงทุนแค่ปีเดียวเท่านั้น ถ้าตอนเริ่มต้นมีหุ้นในพอร์ตสัก 20% ยามที่เหลือเวลาลงทุนปีเดียวก็ควรปรับสัดส่วนให้เหลือแต่ตราสารหนี้เท่านั้น
ส่วนการลงทุนระยะกลางและระยะยาว ถือว่านานพอที่จะแบ่งมาลงทุนในหุ้นได้ ถือว่ามีความยืดหยุ่นกว่าพอร์ตระยะสั้น เพราะเวลาที่นานขึ้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นๆ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเวลาผ่านไป เวลาลงทุนเหลือน้อยลงต้องมีการปรับปรุงพอร์ตใหม่ ลดสัดส่วนหุ้นเมื่อเวลาลงทุนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเฝ้าละเอียดยิบปรับลดสัดส่วนทุกปี โดยเฉพาะการลงทุนระยะกลางที่มักจะนิยมผสมผสานหุ้นในสัดส่วนที่สูง หรือผู้ลงทุนบางคนที่รับความเสี่ยงได้สูงก็อาจจะเลือกลงทุนหุ้นทั้งหมดโดยลืมไปว่า เวลาไม่เคยเหนื่อย เดินไปได้เรื่อยๆ ไม่เคยหยุดรอใคร พอร์ตลงทุนระยะกลางจะกลายเป็นพอร์ตการลงทุนระยะสั้นได้ภายในไม่กี่ปี
การปรับลดหุ้นในพอร์ตลง ไม่มีคำตอบตายตัวว่าจะต้องทำเมื่อไร กี่ปีทำที ลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักการลดสัดส่วนยังเป็นความจำเป็นหลักที่ต้องทำ โดยแต่ละคนสามารถกำหนดเองได้ แต่ต้องไม่ยุ่งยากจนเกินไปและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
สามารถศึกษาข้อมูลการลงทุนในกองทุนรวมเพิ่มเติมได้ที่ www.thaimutualfundnews.com และ https://www.facebook.com/thaimutualfund
Advertorial







