
ถ่วงดุลมหาอำนาจ
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเราคงได้เห็นปรากฏการณ์เกมการทูตของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเราคงได้เห็นปรากฏการณ์เกมการทูตของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เร่งกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหพันธรัฐรัสเซีย ที่มีวิถีทางการเมืองไม่ต่างจากประเทศไทยมากนักในห้วงเวลานี้ เพราะเป็นประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมากนัก นั่นเพราะประเทศไทยเริ่มถูกบีบในทุกมิติจากสหรัฐหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ โดยอ้างเรื่องของ "ประชาธิปไตย"
คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีต่อเพื่อนสหพันธรัฐรัสเซีย โดยระบุชัดเจนว่า "รัสเซียกับไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานและพร้อมที่จะยกระดับความร่วมมือกันในทุกมิติบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน"
ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย-จีน หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเข้าเยี่ยมและหารือข้อราชการกับ นายเมิ่ง เจี้ยนจู้ สมาชิกกรมการเมืองและหัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมาย คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ สาธารณรัฐประชาชนจีน (สปจ.) ซึ่งประเด็นสำคัญคือสองฝ่ายพร้อมพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ในการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาในภูมิภาคให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เมื่อประมวลผลความสัมพันธ์ไทย-จีน-รัสเซีย ทุบโต๊ะเลยว่า รัฐบาลไทยกำลังพยายามสร้างทางเดินที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้เกมการเมืองบาลานซ์กัน หรือต้องการสร้างความถ่วงดุลบนทางเลือกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา "โลกล้อม" แต่รัฐบาลไทยต้องอย่าลืมว่าความเป็นอยู่ของโลกปัจจุบันถูกเชื่อมโยงกันหมดทุกภูมิภาคและมีความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงเราจะเลือกคบใครไม่ได้ เราต้องเปิดใจกว้างแต่ในขณะเดียวกันต้องมีจุดยืนในการเดินหน้าประเทศให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นการเปิดใจคบและสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนในซีกฝั่งสหรัฐและอียูก็มักมีความสำคัญไม่แพ้กัน







