posttoday
คิดที่สาม แห่ง “สี่คิด”

คิดที่สาม แห่ง “สี่คิด”

08 เมษายน 2558

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)​

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)​

ผ่านคิดที่หนึ่ง คิดบวก เห็นโอกาสในขณะที่คนส่วนใหญ่เห็นวิกฤต เพื่อยกระดับตัวเอง จากคนธรรมดาเป็น ผู้มีปัญญา ..เข้าสู่การ คิดที่สอง ที่มีปัญญา และ มีบริวาร ด้วยการ “คิดเผื่อ” ..การหวังดีต่อผู้อื่น โดยการคิดเผื่อคนอื่น ทำให้คนมีปัญญาคนนั้นมีบารมี มีพวกพ้อง มีลูกน้อง ..นั่นแหละ การสร้างผู้นำ ที่บอกว่า เขาคือ The Leader with no Title ..ไม่ต้องมีตำแหน่ง แต่มีบารมี

มาสู่การคิดที่สาม คือ “คิดแก้ไข” ..ถ้าเรามองไปในโลกปัจจุบัน ธุรกิจที่รวยเร็วโคตรๆ หนีไม่พ้น ธุรกิจ Young Rich ใน Silicon Valley ที่ทุกธุรกิจที่สร้างเศรษฐีอายุน้อยแสนล้าน ..ไม่ผิดหรอก อายุน้อยแสนล้าน มันเกิดขึ้นที่อเมริกา เพราะ คนเหล่านั้น เช่น Larry Pages , Mark Zuckerbergเขาคิดแก้ไข

..อย่าง Googleคิดแก้ไขปัญหาให้คนทั้งโลกในเรื่องของการค้นหาข้อมูลจากโลก Internet ก็ทำให้ บริษัท Google รวยเร็วระดับโลก ไม่ต่างกับ Facebook ที่คิดแก้ปัญหาให้คน Gen Y มีสิทธิมีเสียง มีตัวตน ในโลก ที่ไม่อยากฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ (เดี๋ยวนี้ Gen Y อึดอัดที่สุด เพราะเกิดมาท่ามกลางโลกที่มีทุกอย่างหมดแล้ว ไม่มีใครอยากฟังความคิดของ Gen Y ทำให้คนเหล่านี้ต้องหา Platform ในการสื่อสารตัวเอง นั่นแหละ Social Network มาตอบโจทย์ตรงนั้น)

 ..ก็เลยทำให้ Facebook รวยเร็วระดับโลก ..ซึ่งวันนี้ Silicon Valley สร้างธุรกิจรวยเร็วมากมาย มาแก้ปัญหา อย่าง UBER สร้างการแก้ปัญหา แท๊กซี่ ห่วยทั่วโลก ..และ ธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนตอบปัญหาให้คนจำนวนมหาศาล

พูดง่ายๆ ทุกธุรกิจเริ่มจากการคิดแก้ปัญหา ..แต่คุณเชื่อไหม คนไทยส่วนใหญ่มองข้าม คิดว่าธุกริจคือ การ คิดตาม ทำตามฝรั่ง ..มันก็เลยออกมาใน Trend Globalization คือ “ฝรั่งคิด เราลอก ..ฝรั่งรวย เราเลยจน”

วันนี้หลายๆคน บ่นว่า “เกิดผิดที่” ถ้าความสามารถอย่างฉันต้องเกิดที่อเมริกา จะรวยกว่านี้ ..ก็จริง แต่บางส่วน เพราะ สุดท้ายมันกลับมาที่ตัวเรา ..คุณรู้ไหมว่า ไม่มีใครบังคับให้เราอยู่ตรงไหนในโลก แต่คนส่วนใหญ่คิดว่า ถ้าเกิดที่ไหนต้องอยู่ที่นั่น ซึ่งเป็นความคิดที่ล้าหลังแล้ว

คุณลองดูตัวอย่างของชนเผ่า แขก กับ ยิว ..คนเหล่านี้เกิดมา ก็มองตัวเองเป็น Global Citizen ทันที ..เราจะเป็น ทั้งคนแขก และ ยิว เดินทาง ทำงาน และ อาศัยอยู่ทุกที่ในโลก ..พูดง่ายๆ คือ คนเหล่านี้อพยพตามโอกาสที่มีแก่ตัวเขา ..อย่างที่ Australia ผมเห็นแขกเยอะมาก ที่ไปเป็นหมอ เพราะ อาชีพหมอขาดแคลน นั่นก็คือ โอกาสที่คนแขกเข้าไปตอบสนอง

“คิดแก้ไข” มีโจทย์ที่ลึกกว่า ก็คือ ต้องมองว่า หนึ่ง แก้ไขอะไร สอง ใครทำ

ไอ้คำตอบแรกวันนี้หายากขึ้นเรื่อยๆ “แก้ไขอะไร” เพราะ วันนี้ถ้าเรามองไปรอบๆ อย่างในกรุงเทพ ถามหน่อยว่ามีอะไรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ...ไงล่ะครับ คิดยาก ถึงคิดได้ ก็เป็นสิ่งที่เราแก้ไม่ได้ เช่น ปัญหารถติด ปัญหาชุมชนแออัด

ครับ!! จริงๆ มันมีปัญหามากมาย เพียงแต่เราถูกสอนให้คิดและทำเหมือนกัน จึงมองไม่เห็นปัญหา และ นั่นเท่ากับว่า เราถูกสอนให้มองไม่เห็นโอกาส ..ทำให้การเป็นลูกจ้าง ก้มหน้าทำงานเพื่อรับเงินเดือนมันง่ายกว่าเยอะ

เอ้า!! ลองคิดใหม่ครับ ..อะไรในกรุงเทพที่อยากให้เราแก้ไข ..คราวนี้คิดให้ใกล้ตัว คิดให้เล็กลง

ใช่ครับ!! ถ้ามองให้ใกล้ตัวจะพบว่า เราเห็นปัญหามากมายที่เราอยากให้แก้ไข เช่น เราอยากได้คำแนะนำทางการลงทุน , เราอยากได้คนแนะแนวอาชีพที่เด็ดๆ , เราอยากได้โรงเรียนลูกที่ดีกว่านี้ , เราอยากเก่งในงานมากกว่านี้ , เราอยากทำเงินเก่งกว่านี้ ...คุณพอจะเห็นหรือยังว่า วันนี้ปัญหาเรื่องความสะดวกสบายในร่างกาย มันถูกตอบไปหมดแล้ว เดี๋ยวนี้เรามีร้านค้า ร้านอาหาร ทุกอย่างดีหมดแล้ว

แต่สิ่งที่ยังขาดชนิดที่เรียกว่า “ขาดสุดๆ” คือ “การศึกษา” ..วันนี้เราเรียนกันสูงมาก จบกันปริญญาโท ปริญญาเอก แต่สังเกตไหมว่า ความรู้ตรงนั้น ช่วยอะไรในชีวิตคุณไม่ได้เลย ..รุ่นน้องบางคน มาปรึกษาผมว่า เขาไปต่อโทกลับมาแต่ที่ทำงาน ไม่ได้ปรับเงินเดือน ..ผมก็ถามว่า ไอ้ปริญญานั่นน่ะ ที่เขาไม่ขึ้นเงินเดือน เพราะ มันไม่ได้ทำให้การทำงานของน้องดีขึ้นน่ะซิ สมมุติน้องจบปริญญาตรี ทำงานได้ผลลัพธ์ระดับ B ..แล้วพอไปเรียนได้ปริญญามาอีกใบ แม้การศึกษาสูงขึ้น แต่ผลงานก็เหมือนเดิม ..มักจะแย่กว่าเดิมด้วย

ลองคิดดู คนที่ไปเรียนปริญญาระหว่างทำงาน ก็มักจะกินเวลาทำงาน เอาสมองไป เรียน ทำให้ทำงานง่วง เพลีย ..สรุปพอจบมาก็ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์แตกต่าง ..เหมือนเดิม -- ก็สมควรแล้วที่บริษัทเขาไม่ได้ขึ้นเงินเดือนให้

เฮ้ยเจ็บ!! “งั้นถามพี่ตรงๆ เลยว่า ถ้าผมไม่เพิ่มปริญญาอีกใบ ผมจะทำอย่างไร ให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ให้ผลลัพธ์ในงานดีขึ้น”
เอาตรงเลยนะ .. “คิดแก้ไขดิ” ..เอาสมองเราทั้งหมด คิดแก้ไข สินค้าและ บริการของบริษัทให้ดีขึ้น เพราะ นั่นหมายถึง การหาคำตอบให้ลูกค้าพึงพอใจสินค้าและบริการของบริษัทมากขึ้น ..นี่แหละ การมุ่งเป้าที่ผลลัพธ์

ดังนั้น ปัญหาหลักของคนรุ่นใหม่ คือ “การศึกษา” ..ลองคิดแก้ไขเรื่องความรู้ให้คนรุ่นใหม่ ..นั่นแหละโอกาส ..เอาง่ายๆ โรงเรียนสอนพิเศษที่ทำกันรวยเป็นแถวๆ ก็แก้เพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของระบบการศึกษา คิดต่อซิครับ ..นั่นแหละ ขุมทรัพย์แห่งอนาคต !!
​

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก