
ไม่อยากเลือกตั้ง
“ไม่อยากเลือกตั้ง” หยิบยกข้อความนี้มาจากบรรดาคอการเมืองที่แสดงความเห็นผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“ไม่อยากเลือกตั้ง” หยิบยกข้อความนี้มาจากบรรดาคอการเมืองที่แสดงความเห็นผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย
ไม่ได้เชิญชวนให้นอนหลับทับสิทธิล่วงหน้านะครับ ถึงอย่างไรรัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่พลเมืองไทยต้องไปเลือกตั้ง
แต่อารมณ์อย่างนี้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ กับหลายคน ไม่เฉพาะคำว่า “ไม่อยากเลือกตั้ง” ยังมีเสียงเรียกร้องให้ “พล.อ.ประยุทธ์ บริหารบ้านเมืองไปนานๆ”
เป็นอีกมุมหนึ่งชวนให้ขบคิด ทำไมผู้คนถึงต้องการแบบนั้น
หากไปถามนักการเมือง นักปลุกระดมที่หากินจากคัมภีร์ประชาธิปไตยจะด่วนสรุป “อ๋อ! คนพวกนี้ไม่อยากเลือกตั้งเพราะนิยมเผด็จการหล่ะสิ”
เป็นสิทธิคิดได้ครับ แต่เป็นการคิดง่ายๆ คิดสั้นๆ คิดแบบเข้าข้างตัวเองเป็นสำคัญ โดยไม่ได้มองถึงบริบทอื่น
หลักข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะต้องอยู่กับการควบคุมอำนาจบริหารประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปอีกยาวนาน แค่เสียงครหาร่างรัฐธรรมนูญมีบางมาตราปูทางสืบทอดอำนาจก็โดนถล่มทั้งบ้านทั้งเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.ท่านก็รู้ดี ขืนลากยาวเท่ากับแหย่เท้าเข้ากองเพลิง บ้านเมืองถูกต่างชาติมองในแง่ลบจมธรณีแน่ เพียงแต่ตอนนี้จำเป็นต้องดำเนินการตามโรดแมปที่ลั่นวาจาเอาไว้
จึงได้กะเกณฑ์ตามปฏิทิน จะเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปลายปีและกำหนดเลือกตั้งช่วงต้นหรือกลางปี 2559
เมื่อเป็นเช่นนี้บรรดาข้อความ “ไม่อยากเลือกตั้ง” “อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่นานๆ” จึงเป็นเสียงสะท้อนต่อบทบาทผู้นำประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองให้เป็นไปด้วยความสงบสุขจนผู้คนพึงพอใจมากกว่า ไม่ต้องอกสั่นขวัญผวาจะมีเหตุชุมนุมเรียกร้อง ปิดถนน ปลุกระดมเผาบ้านเผาเมืองเหมือนในอดีต
ไม่เพียงเท่านั้น การควบคุมอำนาจในระยะสั้นๆ แต่สามารถสะสางปัญหาจากเล็กไปหาใหญ่ จัดระเบียบสังคมก็ดี การกวาดล้างขบวนการซ่องสุมอาวุธสงคราม กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ กล้าที่จะเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ ออกกฎหมายแสดงให้เห็นถึงการลดความเหลื่อมล้ำ
ถึงขั้นกลุ่มก้อนทางสังคมส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารออกมาตรการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านต่างๆ ให้แล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ ก็เหมือนตบหน้ารัฐบาลพลเรือน ที่ไม่อาจสร้างความไว้วางใจจะเข้ามาขจัดปัญหาสารทุกข์สุกดิบให้เขาได้ จึงหวังพึ่งรัฐบาลเผด็จการตามที่เกลียดกลัวกันนั่นแหละ
ฉะนั้น นักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจ ควรเอาเวลาที่เหลืออยู่ในช่วงนี้ไปศึกษาขบคิดหาสาเหตุทำไมผู้คนถึงไม่ไว้วางใจ
เสียเวลาเปล่าครับที่จะเรียกร้องประชาธิปไตย เพราะในที่สุดเส้นทางอำนาจถูกขีดเขียนไว้ต้องเลือกตั้งอยู่ดี
ถ้านักการเมืองสำนึกตัวได้ ปรับแก้ไขจุดอ่อนตัวเอง เมื่อฟื้นคืนประชาธิปไตยก้าวเข้ามาบริหารประเทศ บางทีอาจจะมีเสียงเรียกร้องอยากให้รัฐบาลนั้นอยู่นานๆ จนผู้คนเกิดอาการไม่อยากเลือกตั้งเลยก็เป็นได้







