
หายใจเข้าไว้
เศรษฐกิจปีนี้เห็นทีต้องทำใจกันตั้งแต่ต้น เพราะรูปการณ์ทุกอย่างไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจปีนี้เห็นทีต้องทำใจกันตั้งแต่ต้น เพราะรูปการณ์ทุกอย่างไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นก็คือการส่งออก แต่ในเดือน ก.พ. การส่งออกมีมูลค่า 1.72 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.14% และหากนับรวม 2 เดือนแรกของปี การส่งออกมีมูลค่า 3.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.82%
ทิศทางข้างหน้าก็ยังมองไม่เห็นว่าการส่งออกจะขยับ
เมื่อส่งออกไม่ฟื้น ก็หมายถึงเม็ดเงินใหม่ๆ จะไม่มีเข้ามาหมุนเวียน
และอย่าลืมอีกว่าการที่จะหวังกำลังซื้อของประชาชน ก็คงยาก เนื่องจากหนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใกล้แตะ 90% ของขนาดเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่มีจึงหดหาย
มิหนำซ้ำราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ ทั้งข้าว ยางพารา ต่างพากันหัวทิ่ม ชาวนา ชาวสวนไม่มีกำลังซื้อ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอย
ส่วนรัฐบาลจะทำงบขาดดุลมากๆ ก็เต็มฝืน ไม่เพียงแต่เศรษฐกิจซบจนมีปัญหากับการจัดเก็บรายได้ แต่ทว่ายังต้องไปรับหนี้สิน 7 แสนล้านบาท จากโครงการรับจำนำข้าวมา
บริหารจัดการอีก
ภาวะที่เกิดขึ้น โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวในระดับ 3-4% ซึ่งเป็นระดับที่ใช้ได้
ดังนั้นอย่าหวังเศรษฐกิจลื่นไหล ซื้อง่ายขายคล่อง เพราะถ้าหวังมากกว่านี้จะผิดหวัง และจะทำให้ประเทศโตต่อเนื่องด้วยนโยบายประชานิยมตลอดเวลาคงไม่ดี
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำลายระบบการเตรียมการ และวางแผนโครงการลงทุนที่ถูกต้องของรัฐบาล ทำให้โครงการลงทุนที่ทำจริงมีน้อยมาก โดยปัญหาประเทศที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การบริโภคน้อยเกินไป แต่มาจากการออมที่น้อยเกิน
ทั้งหมดจึงต้องทำใจ ทำตัวให้รอด ประคับประคองให้ดี คิดเสียว่าที่เป็นกรรมใหญ่ของบ้านเมืองจากผลจากในอดีตและต้องมาเริ่มกันใหม่โดยใช้ความอดทนมากกว่าเดิม
ที่สำคัญต้องเลิกหลงใหลในมนตร์มายาในอดีตที่เคยบอกว่าจะมาเป่าเสก เอาเงินจากในอากาศมาเติมให้ในกระเป๋าประชาชน ทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู ก่อหนี้ ก่อสินกันไม่รู้จบ
เห็นหรือยังว่าขี้หกทั้งเพ







