
ย้ายอยู่ดอย
เหตุการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เหตุการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวให้คน กทม. ต้องกลับมาคิดทบทวน
โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของ กทม. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการอำนวยความสะดวกต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกรุง
หลังเกิดคำถามดังทั่วโลกโซเชียลมีเดีย ทำไมน้ำจึงท่วมไม่ต่างจากปี 2554 แค่ฝนตกเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จนทำให้พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของ กทม.บางส่วนจมบาดาล
ทว่า เหตุการณ์ทั้งหมดตามที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานเนื่องด้วยเกิดจากความกดอากาศสูงของประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้
ประกอบกับมีคลื่นลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงนี้จนถึงวันที่ 27 มี.ค. จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง
คำประกาศเตือนนี้ทำให้พอเข้าใจเหตุผลกับฝนที่ตกลงมาได้ แต่ประเด็นที่ย้อนกลับมายัง กทม. คือ “น้ำท่วม” จากนี้จะมีวิธีรับมืออย่างไร
แม้ฝนที่ตกเกิดจากสภาพอากาศและนอกช่วงฤดูกาล จึงไม่มีใครหรือกระทั่งตัวผู้ว่าฯ สามารถหยุดยั้งหรือรับมือไหว แต่เรื่องระบบระบายน้ำใน กทม.
คือภาพสะท้อนถึงการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างดีว่าดำเนินการดีจริงหรือไม่ แม้เข้าใจได้ว่าพื้นที่บางส่วนเป็นของเอกชนรับผิดชอบ
ซึ่ง กทม.ไม่สามารถเข้าไปจัดการ แต่ถึงเวลาแล้วเมื่อเกิดปัญหา กทม.ในฐานะเจ้าภาพใหญ่ควรเร่งเดินหน้าประสานเอกชนให้เกิดความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจัง
หากทำได้เชื่อว่าจากนี้ไปฝนตกน้ำคงทุเลา แต่หากยังเพิกเฉยเช่นนี้ ทุบโต๊ะ...เลยว่า เสียงก่นด่าก็จะตามมาเป็นระลอกใหญ่ สุดท้ายคงต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่บนดอยเป็นแน่แท้







