posttoday
ตลาดหุ้นไม่รับรู้ข่าวดี

ตลาดหุ้นไม่รับรู้ข่าวดี

24 มีนาคม 2558

โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

แม้ว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาที่แม้จะตัดคำว่า “อดทนต่อการขึ้นดอกเบี้ย” ออกจากคำแถลง แต่การประเมินเศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม กลับเป็นสัญญาณที่ดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์) เพราะหมายถึงโอกาสสูงที่เฟดจะยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายกลางปีนี้ แต่ตลาดหุ้นไทยขานรับข่าวบวกไม่ถึงครึ่งวันก็ถูกขายทำกำไร หลังจากนั้นตลาดหุ้นไทยถูกกระทบจากการที่ธปท.ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ลง สะท้อนว่าการฟื้นตัวช้ากว่าคาด สังเกตว่าในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง ตลาดจะมีปฏิกิริยาทันทีกับข่าวร้ายที่เข้ามากระทบ แต่กลับไม่รับรู้ข่าวดี ตลาดหุ้นไทยในระยะนี้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าดาวโจนส์จะบวกมากเพียงใด แต่เศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวช้า มีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นมากกว่า บรรยากาศเช่นนี้อาจลากยาวถึงตลอดครึ่งปีแรก   การลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกคงต้องเลือกเป็นรายหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวสำหรับนักลงทุนที่ลงระยะสั้น แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงนี้เป็นช่วงช้อปปิ้ง แต่ต้องฉวยจังหวะดีๆ แต่ต่อราคามากๆ ไม่ต้องรีบร้อน  

ธปท.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท. ปรับลดคาดการณ์ GDP ของปีนี้ลงเหลือ 3.8% จาก 4.0% ที่ประมาณการเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน (กระทรวงการคลังคาด 3.9% ปรับลงจากเดิม 4.1%) แม้ว่าการปรับลง 0.2% จะเป็นตัวเลขเพียงน้อยนิด แต่เป็นการปรับลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 แสดงว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าคาดมาระยะใหญ่ การปรับประมาณการครั้งนี้เป็นการปรับลดการลงทุนภาคเอกชนลงอย่างมาก จากเดิมที่มองว่าจะขยายตัว 7.2% เหลือโตเพียง 3.1% ส่วนการบริโภคภาคเอกชนปรับลงจากเดิมที่คาดโต 3.1% เหลือ 2.4% ส่วนการส่งออกเหลือโตเพียง 0.8% จากเดิมที่คาดโต 1% (แสดงว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อน ไม่สามารถกระตุ้นภาคส่งออกได้)

งบลงทุนเบิกจ่ายช้ากว่าคาด

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของการลงทุนภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า การประมูล 4G โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน หรือโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ งบลงทุนของรัฐบาล (17.5% ของวงเงินงบประมาณรายปี) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ในช่วงเกือบ 6 เดือนของงบประมาณปี 2558 มีการเบิกจ่ายไปเพียง 18.6% ของงบประมาณทั้งหมด 4.49 แสนล้านบาท เราได้แต่หวังว่าในช่วงที่เหลือของปี การเบิกจ่ายงบลงทุนจะเร่งตัวขึ้น ไม่เช่นนั้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ 3.8% ที่ธปท.คาดไว้ก็ดูจะไกลเกินไป 

ถ้าฟันด์โฟลว์ไหลเข้า 1,650 ยังหวังได้

การคาดการณ์การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาด (EPS Growth) ในปีนี้ บล.ฟินันเซียไซรัสคาดว่าจะเติบโต 32% จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เป็น 102 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับ SET Index วานนี้ที่ 1,520 จุด คิดเป็น Forward PE 14.9 เท่า ไม่แพงแต่ก็ไม่ถูก เป้าของดัชนีที่เคยประเมินไว้ 1,650 จุด (PE 16 เท่า) ยังพอมีหวังหากเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้า แต่ยังไม่ใช่ในครึ่งปีแรก (จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด)การลงทุนต้องเลือกเป็นรายหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวสำหรับนักลงทุนที่ลงระยะสั้น (หากอยากเสี่ยงกับหุ้นเก็งกำไร ต้องมีวินัยอย่างมาก แต่ใจจริงแล้วไม่แนะนำค่ะ) แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงนี้เป็นช่วงช้อปปิ้ง แต่ต้องฉวยจังหวะดีๆ แต่ต่อราคามากๆ ไม่ต้องรีบร้อน กลุ่มน่าสนใจยังเป็นรับเหมาก่อสร้าง แบงก์ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และไอซีที กลุ่มไม่น่าสนใจคือกลุ่มเกษตร ค้าปลีก พลังงาน และปิโตรเคมี     

ยังไม่ต้องรีบ 

กลุ่มที่ปรับลงหนักในระยะนี้ยังคงเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Commodity เช่นกลุ่มเหล็ก เกษตร และปิโตรเคมี ซึ่งธุรกิจยังไม่น่าสนใจ สำหรับกลุ่มรับเหมาเป็นกลุ่มหลักอีกกลุ่มหนึ่งที่ฉุดตลาดให้เสียบรรยากาศ เพราะเป็นกลุ่มที่ปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีจึงถูกขายทำกำไรหนัก ราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มนี้ถือว่าถูกแล้วในแง่ปัจจัยพื้นฐาน แต่การซื้อหุ้นต้องดูอารมณ์คนส่วนใหญ่ด้วยเหมือนกัน แนะให้ดูจากกราฟและสังเกตปริมาณการซื้อขายระหว่างวัน ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์แข็งแรงกว่าตลาดและยังเป็นกลุ่มที่เราชอบ (หุ้นที่แนะนำไปแล้วมี MTLS, GL, ASK เป็นต้น)

ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ที่แข็งแกร่งมาก แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นไปจนแพงแล้วยกเว้น SVI ที่เริ่มน่าซื้อ ส่วนกลุ่มแบงก์ซึ่งเป็นกลุ่มหลักอีกกลุ่มหนึ่ง ให้ต่อราคาเพราะสินเชื่อไตรมาสแรกยังชะลอ กำไรไตรมาสสองจะถูกกระทบเล็กน้อยจากการปรับลดดอกเบี้ย สรุปโดยรวมคือไม่ต้องรีบค่ะ  

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย