ปูไม่หนี

วันที่ 23 มี.ค. 2558 เวลา 11:48 น.
โดย...อสนีบาต

“จะอยู่เพื่อสู้หรือหนีเอาตัวรอด”

สองทางเลือกกำลังโลดแล่นอยู่ใน ความคิดของนักการเมืองอย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เพิ่งส่งข้อความเห็นอกเห็นใจหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประทับรับฟ้องคดีทุจริตจำนำข้าว โดยนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 19 พ.ค. 2558

หนึ่งเดือนเศษเป็นเวลาไม่นานนักย่อมมีอะไรเกิดขึ้นได้เสมอแถมประมาทไม่ได้อีกต่างหาก

โดยเฉพาะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จับจ้องดูความเคลื่อนไหวอดีตผู้นำรวมถึงลูกน้องอย่างบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีต รมว.พาณิชย์ ที่เพิ่งถูกอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลฎีกาฯ ในคดีทุจริตจีทูจีข้าว เช่นกัน

มิพักกล่าวถึงหน่วยงานของรัฐกำลังรวบรวมข้อมูล ไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวอีกหลายแสนล้านบาท

นักประเมินสถานการณ์วิจารณ์ต่างๆ นานา พวกเขาจะเลือกเส้นทางชีวิตอย่างไรเดินซ้ำรอยเฉกเช่นอดีตนายกฯ ผู้เป็น พี่ชายหรือไม่

ก่อนหน้านี้ยิ่งลักษณ์ไม่เคยปรากฏตัวต่อศาลฎีกาฯ ได้แต่มอบหมายทนายความไปดำเนินเรื่องแทน แต่สำหรับวันที่ 19 พ.ค.ไม่อาจปฏิเสธได้เพราะนั่นคือข้อกำหนดตามกฎหมายผู้ถูกกล่าวหาต้องไปศาลฎีกาฯ ด้วย ตัวเอง หากไม่ไปศาลฎีกาฯ ต้องออกหมายจับ

ยิ่งลักษณ์ประกาศผ่านเฟซบุ๊กหลายต่อหลายครั้งขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด ใครอ่านเข้าใจได้ว่ายิ่งลักษณ์ไม่หนี แม้แต่เจ้าของข้อความคงไม่ตีความเป็นอย่างอื่น

เพราะถ้าคำพูดกับพฤติกรรมสวนทางกันเท่ากับโกหกปลิ้นปล้อนเหมือนนักการเมืองไทยบางรายเผ่นหนีกลัวติดคุก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบสื่อไปแล้ว ในกรณียิ่งลักษณ์จะขออนุญาตเดินทางไป ต่างประเทศเป็นเรื่องของศาลฎีกาฯ  น่าจะเป็นคำอธิบายถึงกระบวนการหลังวันนัดพิจารณาคดีนัดแรกมากกว่า ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของศาลจะอนุญาตหรือไม่

ทว่า ก่อนถึงวันที่ 19 พ.ค.นี่สิ!!! หากยิ่งลักษณ์และคณะอยากไป ต่างประเทศ ตรงนี้ยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของ คสช.

โดยสามัญสำนึกของผู้ดูแลความสงบบ้านเมือง เคยประกาศถึงนักการเมืองต้องคดี ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก น่าจะรับรู้ดีในจังหวะเวลาอย่างนี้ ควรอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศหรือไม่

เพราะหากใจดีอนุญาตเกิดไปไม่กลับ หรือแม้ไม่อนุญาตแต่เหล่าคณะหายไปเฉยๆ ในช่วงนี้ ความซวยจะบังเกิดกับ คสช. ด้วยข้อครหารู้เห็นเป็นใจปล่อยเสือเข้าป่า