
อย่าแค่ปฏิลูบ
เรื่องสำคัญ แต่ไม่รู้จะหวังได้กับรัฐบาลนี้หรือไม่ ที่จะกล้าผ่าตัดระบบการศึกษาครั้งใหญ่
โดย...พะนะท่าน [email protected]
เรื่องสำคัญ แต่ไม่รู้จะหวังได้กับรัฐบาลนี้หรือไม่ ที่จะกล้าผ่าตัดระบบการศึกษาครั้งใหญ่
วัดผลการศึกษาไทยทีไร มันเศร้าใจเสียจริง ไทยแลนด์ลดระดับสูสีกับกัมพูชาไปแล้ว
ก็ยังดีที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งสปีดช่วงกลางเทอมรัฐบาล ตั้ง “ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา” หรือคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา มี บิ๊กตู่ เป็นประธาน
ต้องบอกว่า รัฐบาลนี้ ปฏิรูปช้า เริ่มงานมาครึ่งปี กลับปล่อยให้ปัญหาการศึกษาล่องลอยอยู่ในอากาศ กระทรวงศึกษาฯ ก็อืดเป็นเรือเกลือ ไม่เห็นผลงานว่าจะผลักดันอะไรที่เป็นความหวังปฏิรูปได้
นอกจากแก้ปัญหาตามหน้างาน เด็กตีกัน เปลี่ยนหลักสูตรเชิดชูบรรพบุรุษกู้ชาติ
ที่น่าแปลก พลังในสังคมไม่ยักกะรวมตัวผลักดันเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ทั้งที่รู้ว่านี่เป็นปัญหาระดับชาติ สาหัสกว่าปัญหาการเมืองเสียอีก แถมยังเจอถึงตัวผู้ปกครอง เหล่าพ่อแม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ เมื่อเรียนแล้วยังต้องควักกระเป๋ากู้เงินมาให้ลูกเรียนกวดวิชา เพราะหวังการเรียนการสอนในห้องไม่ได้อีก
โรงเรียนกวดวิชาก็เฟื่องฟูทุกปี สะท้อนว่า ระบบการเรียนการสอนในห้องแย่หนัก เรียนไปก็ไม่ได้อะไร นักเรียนมุ่งกวดวิชาเพราะติวเตอร์รู้แนวข้อสอบหมด จนรัฐบาลต้องขอเก็บภาษีจากโรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้ สุดท้ายก็ต้องผลักภาระค่าเรียนกวดวิชาเป็นทอดๆ ไปให้ผู้ปกครองอีก
ความจริงแล้ว รัฐบาลทุกชุดเข้ามาประกาศจะปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ แต่สุดท้ายก็แค่ “ปฏิลูบ” เพราะคิดว่า ถ้าทำสำเร็จก็เป็นผลงานนามธรรม เอาไปหาเสียงไม่ได้ ต่างจากนโยบาย ลด แลก แจก แถม ที่จับต้องได้
เคยมีบทวิเคราะห์คำนวณว่า นับแต่ปี 2475 เป็นต้นมา รมต.ศึกษาธิการนั่งเก้าอี้เฉลี่ย 1.5 ปีต่อคน และตั้งแต่ปี 2538 ดำรงตำแหน่งเฉลี่ย 1 ปีต่อคนเท่านั้น โดยเฉพาะในยุค พ.ต.ท.ทักษิณด้วยแล้ว เปลี่ยน รมต.ศึกษาฯ กันทุกปี ถือว่าบ่อยที่สุด
การเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยทำให้การยกระดับการศึกษาขาดความต่อเนื่อง จนปัจจุบันคุณภาพการศึกษาไทยต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้เด็กไทยมีความรู้ต่ำ จากปัญหาการสอนในห้อง ปัญหาครู มหาวิทยาลัยก็อุดมด้วยปริญญาเฟ้อเต็มไปหมด
นี่แหละ ดัชนีชี้วัดคุณภาพการศึกษาไทยมันถึงได้ดำดิ่งถ่วงรั้งการพัฒนาชาติ เทียบเคียงได้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น มะเร็งร้ายของประเทศ
หากตีเป็นตัวเงินกับปัญหาระบบการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงสูญเสียด้วยงบมหาศาล เพราะรัฐทุ่มงบประมาณละลายแม่น้ำทุกปี อย่าลืมว่ากระทรวงศึกษาฯ ได้รับจัดสรรงบมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ นับตั้งแต่ปี 2551 และก็เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2558 ได้สูงสุดถึง 5.02 แสนล้านบาท
ถ้ายังไม่เร่งเครื่อง การศึกษาไทยจะยิ่งตกเหวลึก ผู้คนจะจดจำผลงานการศึกษาของรัฐบาลนี้ได้แค่ค่านิยม 12 ประการ กับเพลงคืนความสุข เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับแท็บเล็ตและโครงการเน่าเหม็นจำนำข้าว







