
ปิดตายขึ้นภาษี
แม้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ประกาศเดินหน้าเสนอแนวทางจัดเก็บภาษีทั้งระบบให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณา
โดย...ปริญญา ชูเลขา
แม้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ประกาศเดินหน้าเสนอแนวทางจัดเก็บภาษีทั้งระบบให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณา แต่คงเป็นเพียงเอกสารที่ถูกทิ้งไว้บนหิ้ง ไม่สามารถผลักดันได้ภายในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้านี้
ซึ่งไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยอมถอยไม่เก็บภาษีบ้าน
ในช่วงที่ “บิ๊กตู่” จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เคยประกาศไว้ว่า “จะดูแลคนจนคนมีรายได้น้อย” แต่การขึ้นภาษีบ้านไม่ต่างจากการซ้ำเติมคนจน ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยตกต่ำย่ำแย่
เมื่อพิจารณาภาคเกษตรและภาคแรงงานเจ็บสุดจากเศรษฐกิจโลกถดถอย สินค้าเกษตรทุกชนิดราคาร่วง ชาวนาชาวไร่ไร้เงินมาจับจ่ายใช้สอย เพราะขายข้าว ขายยางไม่ได้ การส่งออกก็ติดลบ โรงงานอุตสาหกรรมไม่ว่าใหญ่ กลาง หรือเล็กต่างชะตากรรมเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน
แม้การเก็บภาษีเป็นสิ่งสำคัญต่อรายได้ประเทศ เช่น ปี 2556 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 16% ภาษีบุคคลธรรมดา 11% ภาษีนิติบุคคล 27% และภาษีอื่นๆ เช่น ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม 5.2% เป็นต้น
แต่กลุ่มคนที่แบกภาษีหนักสุด คือ คนระดับล่างและกลางในภาคการผลิต ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีสิทธิออกเสียงทางการเมืองมากที่สุดต่างออกมาค้าน จึงไม่แปลก “บิ๊กตู่” ยอมถอยเพราะเคารพในเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นคนจนคนมีรายได้น้อย
จึงทุบโต๊ะว่าท่ามกลางเศรษฐกิจรายได้ไม่พอรายจ่าย ไม่ว่ารัฐบาลทหาร หรือรัฐบาลพลเรือน ไม่กล้าเก็บภาษีบ้าน หรือเพิ่มภาษีแวตจาก 7% เป็น 10% ได้ เพราะห่วงเวลาและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่เหมาะสม และเกิดกระแสต่อต้านสูงจากชนชั้นกลางและล่าง
แต่ถ้าจะเก็บภาษีจริงๆ รัฐบาลต้องเก็บเพิ่มภาษีค่าภาคหลวงกับอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือธุรกิจผูกขาดด้วย เช่น ปิโตรเลียม เพื่อจะพิสูจน์ว่าภาครัฐไม่ได้มุ่งรีดภาษีเฉพาะคนจนเท่านั้น







