
นิยมรุนแรง
กลายเป็นหนังคนละม้วน เม่ื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมแถลงถึงการควบคุมตัว ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ น้องแหวน
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
กลายเป็นหนังคนละม้วน เม่ื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมแถลงถึงการควบคุมตัว ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ น้องแหวน พยาบาลอาสาและหนึ่งในพยานปากสำคัญคดีการเสียชีวิต 6 ศพ วัดปทุมวนาราม จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 หายไปนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
โดยสาเหตุการเชิญตัวไปสอบปากคำ เจ้าหน้าที่แถลงว่า แหวนถูกเครือข่ายเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ซัดทอด เป็นผู้จ้างวานผู้ก่อเหตุให้ปาระเบิดลานจอดรถศาลอาญา รัชดาฯ กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันที่ 7 มี.ค. 2558
ระหว่างที่พยาบาลอาสารายนีี้หายตัว มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา โดยเฉพาะแกนนำมวลชนภายใต้สังกัดพรรคการเมืองกระพือข่าว ทั้งเรื่อง “ทหารคุกคามสิทธิประชาชนบ้าง” “ปล่อยข่าวทำนองเจ้าหน้าที่ต้องการเคลียร์คดีเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนาราม เนื่องจากแหวนให้การในชั้นศาลว่าทหารมีส่วนทำให้เสียชีวิต”
แต่เมื่อสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาปาระเบิดศาลอาญาซัดทอดถึงแหวน ชวนให้สงสัยต่อไปอีก ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องอะไรหรือไม่กับเหตุการณ์ความรุนแรงสถานที่ต่างๆ ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชี้แจงในช้้นต้นไปแล้วว่า การควบคุมตัวแหวนเป็นคนละเรื่องกับคดีเสียชีวิต 6 ศพ วัดปทุมฯ
ถึงกระนั้น สาธารณชนไม่อาจปราศจากข้อสงสัยต่อบทบาทหน้าที่พยาบาลอาสาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในช่วงการชุมนุมทางการเมือง แต่กลับมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่นิยมใช้ความรุนแรง
แหวนในฐานะที่เคยเป็นพยาบาลอาสาและเป็นพยานปากสำคัญในคดีชุมนุมการเมืองปี 2553 จนตกเป็นผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุปาระเบิดศาลอาญา สัมพันธ์เกี่ยวโยงหรือไม่ มีการฝังตัวแฝงเร้นอย่างไร อยู่ที่การพิสูจน์พยานหลักฐานต่อสู้คดีในชั้นศาล
แต่ที่แน่ๆ ทุบโต๊ะได้เลยว่า คนบางกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองนิยมความรุนแรงหวังจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองยังคงไม่หมดไป







