
ลงโทษให้เข็ด
กลายเป็นปัญหาให้คนไทยละเหี่ยใจไม่น้อยต่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยอย่างมิขาดสาย หลังกำลังเปิดประชาคมอาเซียน
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นปัญหาให้คนไทยละเหี่ยใจไม่น้อยต่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยอย่างมิขาดสาย หลังกำลังเปิดประชาคมอาเซียน
จะเห็นได้ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวที่เข้ามาในประเทศไทย สามารถสร้างผลกำไรให้กับคนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้อย่างมหาศาล
แน่นอนว่าเรื่องนี้นับว่าส่งผลดียิ่งให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปาก ทว่ากลับต้องแลกมาด้วยความอึดอัดใจที่ต้องยอมทนกับพฤติกรรมไม่เคารพยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง
สิ่งที่เอ่ยมาแม้เป็นเพียงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวบางราย แต่ส่งผลต่อคนชาติเดียวกันให้ถูกเหมารวม หรือให้เข้าใจง่าย “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งคอก”
อย่างเช่นกรณีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนเมินคำประกาศเตือน ห้ามล้างรองเท้าและล้างเท้าในอ่างล้างมือ ระหว่างใช้ห้องน้ำของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่
จนกลายเป็นประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียลมีเดียถึงความไม่เหมาะสม แม้เจ้าหน้าที่อุทยานได้มีการเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท
ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พ.ศ. 2504 มาตรา116 (8) เพื่อหวังให้เป็นตัวอย่างแก่นักท่องเที่ยวรายอื่นๆ ส่วนการมาอ้างว่าไม่เข้าใจวัฒนธรรม ถือเป็นคำแก้ต่างปลายเหตุ
เพราะการเดินทางไปที่ไหนบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะต่างแดนแล้ว ประเด็นเรื่องการเคารพให้เกียรติบ้านเมืองนั้นๆ ถือเป็นเรื่องจำเป็นยิ่งยวดนัก
อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่อุทยานครั้งนี้ในการดำเนินการปรับนักท่องเที่ยวที่กระทำผิดครั้งนี้ เพื่อลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง และควรจะเพิ่มอัตราลงโทษให้มากขึ้น
เหมือนประเทศสิงคโปร์ตัดสินลงโทษวัยรุ่นชาวเยอรมันสองรายหลังมืออยู่ไม่สุขพ่นสีสเปรย์ใส่รถไฟจนโดนโทษโบยและจำคุก9 เดือน หากทำได้ ทุบโต๊ะ...เลยว่าไม่เกิดเหตุอีกแน่นอน







