
ดูง่ายๆ พิมพ์นิยม
เป็นของร้อนทันที เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใกล้เข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติในปลายเดือน เม.ย.นี้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นของร้อนทันที เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใกล้เข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติในปลายเดือน เม.ย.นี้
แน่นอนว่าสารพัดความเห็นบังเกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะจากบรรดานักการเมืองหลายพรรคแสดงท่าทีคัดค้านเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมๆ กับมีเสียงเรียกร้องให้ทำประชามติ
และคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ต้องบอกว่า ฟังแล้วถึงกึ๋น
พล.อ.ประยุทธ์พูดชัด จะทำประชามติหรือไม่ขอตัดสินใจเมื่อถึงเวลาใกล้ๆ ก่อน จะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่ยังไปไม่ถึงตรงนั้นก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตายอยู่แล้ว
คำถามที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกขึ้นมาก็คือ ทุกฝ่ายไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จะเอาแบบเดิมกันทั้งหมดแล้วจะปฏิรูปกันได้ไหม
ส่วนการที่มีนักการเมืองบางกลุ่มประกาศว่า หากกติกายังไม่ชัดเจนก็จะขอเว้นวรรคทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ก็พูดเต็มปากว่า ก็ดี ให้เว้นจริงๆ ก็แล้วกัน จะได้เลิกทะเลาะกันเสียที
“การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ไปไหนเลย ถ้าตกลงกันเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไรกัน สามารถทูลเกล้าฯ ถวาย ได้มันก็จบ โปรดเกล้าฯ ลงมาก็เลือกตั้ง แต่เมื่อเถียงกันมากๆ เดี๋ยวค่อยว่ากันว่าจะทำอย่างไรต่อมีอยู่สองอย่าง ไม่งั้นก็ต้องล้มกันทั้งหมด เริ่มใหม่ เอาไงก็ไปเลือกกันมา ถ้าล้มทั้งหมดก็ต้องตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนั้น”
นั่นคือคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องฟังดีๆ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ล้มไปอะไรจะเกิดขึ้น
และว่าไปแล้ว การร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติครั้งนี้ จะปฏิรูปการเมืองสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์คงต้องยืนให้มั่น
ลำพังประชาชนธรรมดา จะไปติดตามร่างรัฐธรรมนูญคงยาก ยกเว้นเสียว่าจะดูท่าทีบรรดานักการเมืองเขี้ยวโง้งทั้งหลาย ถ้าออกอาการฟาดหัวฟาดหาง ไม่เอาในประเด็นใดของร่างรัฐธรรมนูญ ก็พึงเชื่อไว้ก่อนว่า เรื่องนั้นน่าจะดี และน่าจะผลักดันให้ออกมา
เพราะการเมืองคือเรื่องผลประโยชน์ ถ้ามีสิ่งใดไปขัดผลประโยชน์ บรรดานักการเมืองก็ต้องออกมาโวยวาย
และสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ของบรรดานักการเมือง ก็มักเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผลประโยชน์ส่วนรวมเสมอ
ดูง่ายๆ แบบนี้ ส่วนใหญ่มักไม่พลาดหรอก







