
หุ้นไทยผันผวนตามตลาดโลก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่รวมน้ำมัน ทรุดแตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี หลังดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นถึง 8% ในปีนี้ สู่จุดแข็งสุดในรอบ 12 ปี เมื่อเทียบกับ 6 เงินสกุลหลัก
ตลาดกังวลเพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.นี้ เร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานสหรัฐเดือนก.พ. ออกมาดีเกินคาด แม้ยอดค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะแย่กว่าที่คาดก็ตาม
ขณะที่การฟื้นตัวของภูมิภาคอื่นยังคงเปราะบาง ประเทศส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหรือทำมากขึ้นด้วยซ้ำ เช่น ธนาคารกลางยูโร (อีซีบี) และจีน เป็นต้น
นับจากต้นปีนี้ มีถึง 25 ประเทศ รวมไทยที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
การดำเนินนโยบายการเงินสวนทางกับของเฟด ยังผลให้เงินสกุลอื่นอ่อนค่าลงมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจึงสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดอีเมอร์จิ้ง
ปัญหาน้ำมันล้นตลาดกดดันราคาทรุดรอบใหม่ สู่จุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI หลุด 55 และ 45 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหุ้นพลังงานทั่วโลกจึงเหวี่ยงลงตามราคาน้ำมัน และพลอยถ่วงตลาดหุ้นทั่วโลก
ด้านเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจลงเหลือต่ำกว่า 4% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ประมาณกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็เสี่ยงจะถูกลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ค่าพีอีตลาดหุ้นไทยที่ใช้ประมาณการกำไรปี 58 อยู่ที่ราว 15 เท่าเศษ เทียบกับของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 12 เท่าเศษ กลับหัวกลับหางจากในอดีตที่ของเราเคยลงไปต่ำกว่าของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะช่วงที่บ้านเราไร้เสถียรภาพทางการเมือง ตลาดหุ้นไทยจึงไม่ถูกในสายตาผู้ลงทุนต่างชาติ
แม้ตลาดอาจเสี่ยงปรับฐานบ้าง แต่ยังคงมีหุ้นที่สามารถเลือกลงทุนได้ สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง และจะเพิ่มขึ้นอีกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญโดยเฉพาะอีซีบีและญี่ปุ่น จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นแกว่งขึ้น แนะหาจังหวะทยอยซื้อช่วงย่อหุ้นดังต่อไปนี้ AOT BEAUTY BLA CK KBANK KTB QH SAPPE STEC THREL TUF RS SAWAD SEAFCO รวมถึงหุ้นปันผลสูงอย่าง ADVANC INTUCH BTS (โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์)
ในสัปดาห์นี้คาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก และกู้ หลังกนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% และ SCB ได้นำร่องลดดอกเบี้ย 2 ขาไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน
การปรับลดดอกเบี้ยรอบนี้ แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียงเล็กน้อย แต่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีหนี้สินในสัดส่วนสูง เช่น หุ้นเช่าซื้อ บัตรเครดิต อสังหาฯ หุ้นเหล่านี้ได้ตอบรับเชิงบวกไปพอสมควรตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
ไฮไลต์การลงทุนสัปดาห์นี้จะอยู่ที่การประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ตลาดการเงินโลกรอถอดรหัสสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดว่า จะปรับขึ้นเร็วแค่ไหน หากตีความว่า จะขึ้นเร็ว จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น
นอกจากนั้น ยังมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัล ฯ ในวันที่ 18 มี.ค. ที่มีนายกฯ เป็นประธาน หากมีความคืบหน้าในการประมูลคลื่น 4G จะส่งผลดีต่อหุ้น ADVANC INTUCH เนื่องจากจะช่วยลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ







