
ค่อยๆ เดิน
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า สำหรับ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ถูกคัดค้านอย่างหนัก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า สำหรับ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ถูกคัดค้านอย่างหนัก
สาเหตุเนื่องจากทุกคนแทบจะต้องเสียภาษีกันทั่วหน้า โดยเฉพาะคนที่เสียงดังอย่างคนชั้นกลางในสังคม
แต่ว่าไปแล้วหลักการของ พ.ร.บ.ที่ดินฯ เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรผลักดัน
และแน่นอนว่าถ้าไม่ปฏิวัติก็จะผลักดันไม่เสร็จ เหมือนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เงื้อง่ามานาน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนโน้นต้องมีการปฏิวัติถึงผลักดันออกมาได้
สภาพความเป็นจริงในขณะนี้ก็คือการเกิดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน และการใช้ที่ดินไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะไม่มีต้นทุนด้านภาษี จนไม่เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน
ภาษีที่ดินจึงเป็นกลไกสำคัญในการกระจายการถือครองที่ดินออกมาและทำให้ที่ดินถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นหลักการใครใช้คนนั้นจ่าย ใครมีก็ต้องเสียภาษี
ที่สำคัญรายได้จากภาษีที่ดินยังจะตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะผู้จัดเก็บ โดยมีฐานภาษีคำนวณจากมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะมีการจัดทำราคาประเมินทุนทรัพย์
เท่ากับว่าภาษีที่ดินเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเจริญไปส่วนภูมิภาคสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้พัฒนาชุมชน โดยชุมชนจะเป็นผู้ตรวจสอบดูแล ไม่ใช่ทุกอย่างกระจุกอยู่ที่ส่วนกลางเหมือนที่เป็นอยู่ เป็นรากฐานประชาธิปไตย และเศรษฐกิจที่สำคัญ
นอกจากนั้น ภาษีที่ดินยังเป็นการเพิ่มรายได้จากภาษีอย่างชัดเจน โดยประเทศพัฒนาแล้ว มูลค่าการจัดเก็บภาษีที่ดินมีสูงถึง 1.33% ของขนาดเศรษฐกิจและเป็นสัดส่วน 4% ของภาษีทั้งหมด ส่วนประเทศกำลังพัฒนาจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ได้ประมาณ 4% ของขนาดเศรษฐกิจและคิดเป็นสัดส่วน 2% ของภาษีทั้งระบบ
แต่ปัญหาสำคัญของการผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินก็คืออัตราภาษีที่กำหนด จะเป็นรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
ระยะแรกจึงควรกำหนดอัตราภาษีให้ต่ำที่สุด เมื่อเห็นผลดี ก็ค่อยๆ ขยับขึ้นไปอีกครั้ง
เหมือนกับการเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ อย่าไปหวังจะกินคำเดียวแล้วอิ่ม
จะท้องแตกตายไม่ก็สำลักคอตายไปเสียก่อน







